สาวถึงต้นตอยาลดอ้วนมรณะ พบเป็นแหล่งใหญ่ผลิตยาปลอมจำนวนมาก

7 Jul 2019 /

           อย. สสจ. ตำรวจ ทหาร ร่วมกันเข้าตรวจค้นสถานที่ต้องสงสัยในจังหวัดกาฬสินธุ์และปทุมธานี สืบขยายผลจากกรณีหญิงสาวเสียชีวิตจากการกินยาลดความอ้วนที่จังหวัดอ่างทอง พบผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมายที่ลักลอบผสมไซบูทรามีนและเฟนเตอร์มีนจำนวนมาก ขอเตือนผู้บริโภคอย่าหลงเชื่อซื้อยาลดอ้วนผ่านระบบออนไลน์ ผลข้างเคียงถึงขั้นเสียชีวิต อย. มีการเฝ้าระวังพร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกวาดล้างผู้กระทำความผิดอย่างเข้มงวด

           เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีหญิงสาวในจังหวัดอ่างทองเสียชีวิตจากการรับประทานยาลดความอ้วนเมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2562 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ร่วมมือกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์และปทุมธานี รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครอง เข้าตรวจค้นและจับกุมโครงข่ายผู้กระทำผิด ซึ่งเป็นสถานที่ผลิตอาหารและบ้านพักอาศัย ในจังหวัดกาฬสินธุ์ 3 แห่ง และจังหวัดปทุมธานี 1 แห่ง ซึ่งจากการตรวจค้นทั้ง 4 แห่ง พบพยานหลักฐานสำคัญ โดยเฉพาะที่ บริษัท ดี.ดี.คอสเมด จำกัด ในจังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นสถานที่ผลิต ได้ตรวจพบรายการยาชุดเดียวกับที่พบจากผู้เสียชีวิต เช่น ฟลูออกซีทีน (fluoxetine) บิดซาโคดิล (bisacodyl) (ยาระบาย) HCTZ (ยาขับปัสสาวะ) และวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท เช่น ไซบูทรามีน เฟนเตอร์มีน และพบเป็นแหล่งผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ไม่ปลอดภัยจำนวนมาก รวมทั้งผลิตภัณฑ์ที่ อย. เคยแจ้งเตือนไปแล้วว่าเป็นผลิตภัณฑ์อันตราย ไม่ปลอดภัยกับผู้บริโภคเนื่องจากตรวจพบไซบูทรามีน เช่น บาชิ (Baschi) ลิด้า (Li da) อีกทั้งพบเป็นแหล่งผลิตวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 ปลอม ได้แก่ ยาเฟนเตอร์มีน (Phentermine) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคไม่สามารถหาซื้อได้โดยทั่วไป แพทย์ที่ได้รับใบอนุญาตขายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 2 จึงจะสามารถซื้อยาจาก อย. และเป็นผู้จ่ายยาให้กับคนไข้ของตน โดยจะต้องจัดทำรายงานส่งให้ อย. ทุกเดือน นอกจากนี้ ยังพบเป็นแหล่งผลิตยาชุดและขายส่งยาชุดลดความอ้วนที่แอบอ้างชื่อคลินิกต่าง ๆ และขายทางสื่อออนไลน์ โดยพบหลักฐานซองยาระบุชื่อ เช่น ยาลดน้ำหนักคลินิก ผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักคลินิกหมอโชคชัย เดิมแคร์คลินิก และ OBE CARE clinic เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์และทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าเป็นยาจากคลินิกหมอซึ่งมีความปลอดภัย

           ทั้งนี้ อย. ได้มีการยกกระดับไซบูทรามีนเป็นวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท 1 ตามพระราชบัญญัติวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท พ.ศ. 2559 ซึ่งหากผลิต นำเข้าหรือส่งออกผลิตภัณฑ์ที่มีไซบูทรามีนเป็นส่วนผสมจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 5 - 20 ปี และปรับตั้งแต่ 500,000 -  2,000,000 บาท หากขายจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4 - 20 ปี และปรับ ตั้งแต่ 400,000 – 2,000,000 บาท รวมถึงการครอบครองผลิตภัณฑ์ดังกล่าวก็ถือว่าเป็นการกระทำผิดด้วย นอกจากนี้ จึงขอเตือนผู้บริโภคอย่าซื้อผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะทางสื่อออนไลน์ที่มีการกล่าวอ้างสรรพคุณว่าสามารถลดน้ำหนักได้ เพราะส่วนใหญ่มักตรวจพบว่ามีส่วนผสมของไซบูทรามีน ซึ่งมีอันตรายต่อผู้ป่วยโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิต โรคหลอดเลือดสมองตีบ โรคตับ โรคไต โรคต้อหิน สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร เป็นต้น อีกทั้งผลข้างเคียงจากการใช้ยาคือ นอนไม่หลับ เวียนศีรษะ วิตกกังวล ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นเร็ว และหากได้รับยาในปริมาณมากอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

         รองเลขาธิการฯ กล่าวเพิ่มเติมในตอนท้ายว่า อย. จะดำเนินการเฝ้าระวังและประสานความร่วมมือกับหน่วยงานปราบปรามที่เกี่ยวข้องหากพบผู้กระทำการฝ่าฝืนเพื่อกวาดล้างและจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีอย่างเข้มงวดต่อไป


บทความที่เกี่ยวข้อง