อย. สสจ.เชียงใหม่ ร่วมกับ บก.ปคบ. เข้าตรวจสอบโกดังผลิตภัณฑ์ยาทาเล็บ ยี่ห้อ OPI นำเข้าไม่แสดงเลขที่จดแจ้ง ไม่มีฉลากภาษาไทย มูลค่ากว่า 1 ล้านบาท

27 Aug 2019 /

         อย. สสจ.เชียงใหม่ ร่วมกับ บก.ปคบ. เข้าตรวจสอบโกดังเครื่องสำอางแบรนด์ดัง ยี่ห้อ OPI หลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนแจ้งพบการลักลอบนำเข้าในหลายพื้นที่แหล่งการค้าทั่วประเทศ รวมทั้งการจำหน่ายผ่านเว็บไซต์ เตือนอย่าซื้อเครื่องสำอางที่ไม่รู้แหล่งที่มา ไม่มีเลขจดแจ้ง อาจได้รับอันตรายได้

         นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมด้วย เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เข้าตรวจสอบแหล่งนำเข้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาทาเล็บ และผลิตภัณฑ์บำรุงเล็บ ยี่ห้อ OPI โดย นายแพทย์ธเรศ เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รับเรื่องร้องเรียนจากบริษัทเจ้าของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางนำเข้าแบรนด์ดัง ยี่ห้อ OPI ที่นำเข้าเครื่องสำอางถูกต้องตามกฎหมาย ว่าได้รับผลกระทบจากการขายสินค้าตัดราคา ทั้งที่ไม่มีเลขที่จดแจ้ง ไม่มีฉลากภาษาไทย และจงใจหลีกเลี่ยงการนำเข้า จำหน่ายที่ไม่ผ่านพิธีการศุลกากร ทำให้เจ้าของเครื่องหมายการค้าที่นำเข้าและปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายได้รับความเสียหายจากการประกอบธุรกิจ จึงได้ทำการขยายผลร่วมกับ บก.ปคบ. เข้าตรวจสอบสถานที่ จำนวน 2 แหล่ง คือ

แหล่งที่ 1 อาคารเลขที่ 20 หมู่ 1 ถนนพระราม 2 ซอย 51 แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร 

แหล่งที่ 2 ร้าน joy beauty nail 9/3 ถ.อัษฎาธร ต.ศรีภูมิ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 50200

พบของกลางเครื่องสำอางที่ผิดกฎหมายหลายรายการ มูลค่ารวมทั้งสิ้นกว่า 1 ล้านบาท

ทั้งนี้ การกระทำดังกล่าวมีความผิดตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ดังนี้

1. ขายเครื่องสำอางที่ไม่จดแจ้ง ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท

2. ขายเครื่องสำอางที่ไม่แสดงฉลากภาษาไทยและเครื่องสำอางที่แสดงฉลากภาษาไทยไม่ครบถ้วน
ไม่ถูกต้อง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นอกจากนี้ ได้ประสานแจ้งบริษัทเจ้าของเครื่องหมายการค้าเข้ามาร่วมตรวจสอบผลิตภัณฑ์ดังกล่าวข้างต้น หากพบสินค้าดังกล่าวเป็นสินค้าที่ละเมิดเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียน ทางบริษัทเจ้าของเครื่องหมายการค้าจะดำเนินคดีภายใต้พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน  4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

           นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวต่อไปว่า อย. พร้อมร่วมมือกับทาง บก.ปคบ. จะกวาดล้างสินค้าที่ผิดกฎหมาย และสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ขอเตือนผู้จำหน่ายและผู้นำเข้าต้องปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายโดยคำนึงถึงผู้บริโภคเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้ อย. และ บก.ปคบ. จะสืบหาและขยายผลเข้าตรวจสอบสถานที่นำเข้าและแหล่งกระจายเครื่องสำอางที่ผิดกฎหมายว่ามีสถานที่ใดอีกบ้าง เพื่อกวาดล้างเครื่องสำอางผิดกฎหมายให้หมดไป สำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางทั้งหมดจะมีการดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย เพื่อเผาทำลายต่อไป ทั้งนี้ หากมีการนำเข้าเครื่องสำอางที่ไม่มีเลขที่จดแจ้ง ไม่ผ่านการตรวจสอบเบื้องต้นจาก อย. ถือว่าเป็นเครื่องสำอางที่ไม่ได้มาตรฐาน  อาจมีการปนเปื้อนสารอันตรายที่ห้ามใช้ เช่น สีห้ามใช้ หรือโลหะหนัก เช่น สารตะกั่ว ปรอท ซึ่งหากได้รับเข้าสู่ร่างกายในปริมาณมาก อาจเกิดอาการมึนงง ตัวชา อาเจียน เวียนศีรษะ อ่อนแรงหรือหมดสติถึงขั้นโคม่าได้

          เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวในตอนท้ายว่า ขอให้ผู้บริโภคระมัดระวัง  และขอเตือนอย่าซื้อเครื่องสำอางที่ไม่รู้แหล่งที่มา ไม่มีเลขที่จดแจ้งเครื่องสำอาง แอบอ้างยี่ห้อดังและนำมาขายในราคาถูก อาจได้รับอันตรายจากผลิตภัณฑ์ที่ปนเปื้อนสารที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยผู้บริโภคสามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพก่อนการเลือกซื้อ ได้ที่ Application “ตรวจเลข อย.” ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางการสื่อสารที่เข้าถึงมือผู้บริโภค   ได้ง่าย สะดวก และรวดเร็ว เป็นการสร้างความมั่นใจเบื้องต้นให้กับผู้บริโภค ทั้งนี้ อย. ได้มีการตรวจสอบเฝ้าระวังผลิตภัณฑ์สุขภาพ และการโฆษณาที่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างใกล้ชิด หากพบผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัย สามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือ E-mail:1556@fda.moph.go.th หรือตู้ ปณ.1556 ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือผ่านทาง Oryor Smart Application หรือ Line @FDAthai หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศ เพื่อ อย. จะทำการตรวจสอบและดำเนินการทางกฎหมายกับผู้กระทำผิดต่อไป


บทความที่เกี่ยวข้อง