กษ. - อย. จับมือคุมเข้มสารพิษตกค้างในผักและผลไม้

3 Feb 2020 /

          กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมตลาดไท เฝ้าระวังผักและผลไม้นำเข้าและโครงการผักร่วมใจ ตามมาตรการเฝ้าระวังผักและผลไม้ที่อาจมีสารพิษตกค้างทางการเกษตร สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค

          วันนี้ (3 กุมภาพันธ์ 2563) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจำหน่ายผักผลไม้นำเข้า และโครงการผักร่วมใจ ณ ตลาดไท จังหวัดปทุมธานี  เพื่อสร้างความมั่นใจในการบริโภคผักผลไม้ที่จำหน่ายในประเทศ โดย นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ได้มีการบูรณาการร่วมกันในการกำกับดูแลผักและผลไม้ที่จำหน่ายในประเทศ และการเฝ้าระวังสารพิษตกค้างตลอดห่วงโซ่ ครอบคลุมตั้งแต่ การปลูก การคัดบรรจุ การจำหน่าย การบริโภค ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะเป็นผู้รับผิดชอบหลักในเรื่องการปลูก ที่ผ่านมาพบว่า เกษตรกรส่วนใหญ่สามารถปฏิบัติตามระบบจัดการคุณภาพ (Good Agriculture Practices : GAP) พืช ซึ่งจะมีเกณฑ์ที่ควบคุมดูแลการใช้สารเคมีทางการเกษตรอย่างเข้มงวด แต่อาจมีเกษตรกรบางรายที่พบการใช้สารเคมีไม่ถูกต้องอยู่บ้าง โดยกรมวิชาการเกษตรได้แจ้งผลการตรวจพบสารเคมีทางการเกษตรที่เกินมาตรฐานให้เกษตรกรทราบเพื่อนำไปปรับปรุงและเสนอแนวทางแก้ไขปัญหามายังกรมวิชาการเกษตร หากตรวจพบปัญหาซ้ำ กรมวิชาการเกษตรจะพิจารณาให้พักใช้ใบรับรองแหล่งผลิตพืช แต่หากเป็นแปลงใหม่ที่มีผลการตรวจประเมินไม่ผ่านตามเกณฑ์ที่กำหนดกรมวิชาการเกษตรจะไม่ออกใบรับรอง GAP ให้เกษตรกรรายนั้น หรือหากตรวจพบวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ซึ่งเป็นสารเคมีที่ห้ามนำเข้า-ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครอง จะสั่งเพิกถอนใบรับรอง และสารวัตรเกษตรจะเข้าติดตามตรวจสอบร้านค้าจำหน่ายสารเคมี ทางการเกษตรในพื้นที่ หากพบการกระทำผิดจะแจ้งเรื่องส่งฟ้องดำเนินคดีต่อไป

           ทางด้าน นายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวเพิ่มเติมว่า  อย. ได้ออกคำชี้แจงมาตรการเฝ้าระวังผักและผลไม้ที่อาจมีสารพิษตกค้างทางการเกษตร ทั้งที่ด่านนำเข้า สถานที่คัดบรรจุ รวมทั้งสถานที่จำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภค โดยมาตรการดังกล่าวจะดำเนินการตรวจสอบสารพิษตกค้างทางการเกษตรและการแสดงฉลากของผักและผลไม้ ณ ด่านอาหารและยา สถานที่คัด  และบรรจุและสถานที่จำหน่ายทั่วประเทศ รวมถึงกระบวนการคัดและบรรจุ ณ สถานที่คัดและบรรจุทั่วประเทศ อีกด้วย ซึ่ง อย. ได้มีการชี้แจงกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน ได้แก่ เครือข่ายเกษตรกร ผู้ประกอบการ   คัดและบรรจุ ผู้นำเข้า สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ผู้ค้าส่งและผู้ค้าปลีก ทราบเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าวแล้ว  เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2563 ที่ผ่านมา โดยหากตรวจพบสารพิษตกค้างในผักและผลไม้เกินค่ามาตรฐานจะมีโทษปรับสูงสุด 50,000 บาท แต่หากมีปริมาณสารพิษตกค้างในปริมาณที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพจะมีโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี หรือปรับสูงสุด 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

          ทั้งนี้ ประชาชนสามารถเลือกซื้อผักผลไม้สังเกตจากสัญลักษณ์ QR Code ที่อยู่บนฉลากหรือสอบถามจากผู้ขาย เพื่อให้มั่นใจได้ว่า ผักและผลไม้นั้นมาจากแหล่งที่มีคุณภาพ สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าผักผลไม้นั้นมีความปลอดภัย ผลิตมาจากสถานที่ที่ได้รับการรับรอง