เปิดตัว Roadmap ปี 63-64 ขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ การดื้อยาต้านจุลชีพฯ

13 Jul 2020 /

           คณะกรรมการนโยบายการดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติ เปิดตัว Roadmap ปี 63-64 ขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การดื้อยาต้านจุลชีพฯ เน้นบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้แนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียวเพื่อลดการเสียชีวิตของคนไทยจากเชื้อดื้อยาและการสูญเสียทางเศรษฐกิจ นำประเทศสู่ระบบสุขภาพที่มั่นคงและยั่งยืนเผยเตรียมจัดทำแผนต่อเนื่องเพื่อแก้ไขปัญหาเชื้อดื้อยาในระยะต่อไป

            วันนี้ (13 กรกฎาคม 2563) ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้รับมอบหมายจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติ ครั้งที่ 1/2563 โดยเปิดเผยว่า เพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญในการแก้ปัญหาเชื้อดื้อยาของประเทศไทย ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตในคนไทย และการสูญเสียทางเศรษฐกิจของประเทศ รวมทั้งส่งผลกระทบทั้งต่อภาคการเกษตรและสิ่งแวดล้อม กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บูรณาการภายใต้แนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียวเพื่อแก้ปัญหาเชื้อดื้อยาของประเทศไทย โดยคณะกรรมการนโยบายฯ ได้เห็นชอบ Roadmap ปี 2563-2564 ในการขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์การดื้อยาต้านจุลชีพฯ ภายใต้ยุทธศาสตร์ 6 ด้าน ได้แก่ 1.เฝ้าระวังการดื้อยาต้านจุลชีพภายใต้แนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว 2.ควบคุมการกระจายยาต้านจุลชีพในภาพรวมของประเทศ 3.ป้องกันและควบคุมการติดเชื้อในสถานพยาบาลและการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสม 4.ป้องกันและควบคุมเชื้อดื้อยาและการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสมในภาคการเกษตรและสัตว์เลี้ยง 5.ส่งเสริมความรู้ด้านเชื้อดื้อยาและสร้างความตระหนักด้านการใช้ยาต้านจุลชีพแก่ประชาชน และ 6.บริหารและพัฒนากลไกระดับนโยบายเพื่อขับเคลื่อนงานด้านการดื้อยาต้านจุลชีพอย่างยั่งยืน เพื่อนำสู่เป้าประสงค์ที่วางไว้ภายในปี 2564 นอกจากนี้ เนื่องจากแผนยุทธศาสตร์การดื้อยาต้านจุลชีพฯ ฉบับปัจจุบัน ซึ่งเป็นแผนระยะ 5 ปี และเป็นฉบับแรกของประเทศไทยจะสิ้นสุดลงในปี 2564 คณะกรรมการนโยบายฯ จึงได้เห็นชอบให้มีการเตรียมจัดทำแผนฯ (ฉบับที่ 2) เพื่อรองรับการดำเนินการในการแก้ปัญหาเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพของประเทศในระยะต่อไปอีกด้วย

          ด้าน นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า การขับเคลื่อนแผนยุทธศาสตร์ฯ ในช่วงปี 2560-2562 ที่ผ่านมา ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากหน่วยงานต่าง ๆ ทำให้สามารถแก้ไขจุดอ่อนที่สำคัญของการแก้ปัญหาเชื้อดื้อยาของประเทศไทยที่ผ่านมาได้อย่างชัดเจนและเป็นรูปธรรม เช่น ระบบเฝ้าระวังเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพในแต่ละภาคส่วนมีศักยภาพที่ดีขึ้น มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลสถานการณ์การดื้อยาต้านจุลชีพ ระหว่างหน่วยงานภายใต้แนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว มีการยกระดับการควบคุมยาต้านจุลชีพโดยให้ยาต้านวัณโรคและยาต้านจุลชีพชนิดฉีดต้องจำหน่ายในสถานพยาบาลและห้ามจำหน่ายในร้านยา ส่วนยาต้านจุลชีพที่สำคัญสำหรับใช้ในสัตว์ต้องสั่งใช้โดยสัตวแพทย์เท่านั้น และยังได้มีการพัฒนาระบบติดตามการบริโภคยาต้านจุลชีพในคนและสัตว์สำหรับประเทศไทยขึ้นเป็นครั้งแรก นอกจากนี้ มีการบรรจุการแก้ปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพอย่างบูรณาการในนโยบาย service plan ของกระทรวงสาธารณสุขซึ่งครอบคลุมทั้งโรงพยาบาลศูนย์และโรงพยาบาลทั่วไปทั่วประเทศ ในภาคการเกษตร ซึ่งนำโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีการห้ามใช้ยาต้านจุลชีพเป็นสารเร่งการเจริญเติบโตในการเลี้ยงสัตว์ ยกระดับการควบคุมโรงงานผลิตอาหารสัตว์ที่ผสมยา และมีโครงการเลี้ยงสัตว์โดยไม่ใช้ยาปฏิชีวนะ (Raised Without Antibiotics: RWA) ในการผลิตเนื้อสุกรเพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ผู้บริโภค

          นอกจากนี้ ในส่วนของการสร้างความตระหนักรู้ของประชาชนเรื่องเชื้อดื้อยาและการใช้ยาต้านจุลชีพอย่างเหมาะสม กระทรวงสาธารณสุขร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) ดำเนินกิจกรรมผ่านทางอาสาสมัครประจำหมู่บ้าน ภาคประชาสังคมสื่อกระแสหลัก และสื่อสังคม รวมทั้งการนำแนวคิดการตลาดเพื่อสังคม (social marketing) มาใช้เพื่อให้เข้าถึงประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยมีการติดตามและประเมินความรู้เรื่องนี้ของประชาชนโดยสำนักงานสถิติแห่งชาติควบคู่กันอีกด้วย โดยสรุป การดำเนินการระยะครึ่งแผนฯ ที่ผ่านมา เน้นการลงทุนเพื่อพัฒนาระบบใหม่ที่จำเป็น และปรับปรุงสมรรถนะของระบบเดิมที่มีอยู่ รวมทั้งประสานการทำงานร่วมของภาคส่วนต่าง ๆ ภายใต้แนวคิดสุขภาพหนึ่งเดียว เพื่อให้การจัดการปัญหาเชื้อดื้อยาต้านจุลชีพของประเทศเป็นไปด้วยความยั่งยืนและเป็นเอกภาพ และตั้งอยู่บนรากฐานทางวิชาการที่มั่นคง 


บทความที่เกี่ยวข้อง