อย. กสทช. ผนึกกำลังกวาดล้างโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายทางสื่อโทรทัศน์และวิทยุ อย่างเข้มแข็ง ต่อเนื่อง

23 Nov 2020 /

          อย. กสทช. ไม่ปล่อยโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายครองเมืองหลอกลวงผู้บริโภค จับมือรวมพลังกวาดล้างตั้งแต่ปี 2561 และขยายการดำเนินงานไปทั่วประเทศร่วมกับ สสจ. ทุกจังหวัด บรรลุผลสำเร็จ สามารถปิดกั้นโฆษณาโอ้อวด หลอกลวง ทางสื่อโทรทัศน์และวิทยุได้อย่างเข้มแข็ง  พร้อมขยายผลด้านกฎหมาย เชื่อมโยงหาผู้กระทำผิดหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิกถอนใบอนุญาตและดำเนินคดีตามกฎหมาย

          เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 พลโท ดร.พีระพงษ์ มานะกิจ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (สำนักงาน กสทช.) และนายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมประชุมทำความเข้าใจและหารือเกี่ยวกับกลไกการจัดการปัญหาการโฆษณาอาหาร ยาและผลิตภัณฑ์สุขภาพในระดับพื้นที่ (ภาคเหนือ) ณ โรงแรม เลอ เมอริเดียน เชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

           นพ. ไพศาล  ดั่นคุ้ม  เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า  จากปัญหาการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย โอ้อวดเกินจริง มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้บริโภคจำนวนไม่น้อยที่หลงเชื่อ  และตกเป็นเหยื่อของการโฆษณา ทำให้ได้รับอันตราย บางรายถึงขั้นเสียชีวิต ที่ผ่านมาตั้งแต่ปี 2561 สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) มีนโยบายร่วมกันในการจัดการปัญหาโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายทางสื่อโทรทัศน์และวิทยุกระจายเสียง โดยช่วงแรก อย. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปปฏิบัติงาน ณ สำนักงาน กสทช. เพื่อตรวจวินิจฉัยการโฆษณา ทำให้ กสทช. สามารถระงับการเผยแพร่โฆษณานั้น ๆ ได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ ทันเหตุการณ์  ต่อมาจึงมีการขยายผลการดำเนินงานกระจายไปยังระดับพื้นที่ โดยร่วมมือกับสำนักงาน กสทช.ภาค และเขต ในการเฝ้าฟังโฆษณาที่ผิดกฏหมายทางสถานีวิทยุกระจายเสียง และให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศวินิจฉัยประเด็นความผิดตาม พ.ร.บ.ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ อย. กรณีพบโฆษณาโอ้อวด เกินจริง ซึ่งเป็นการเอาเปรียบผู้บริโภค จะส่งต่อให้สำนักงาน กสทช.ส่วนกลาง ดำเนินการตามกฏหมายอย่างเด็ดขาดซึ่งมีโทษปรับเป็นหลักแสนบาทและอาจนำไปสู่การเพิกถอนใบอนุญาตประกอบกิจการฯ ได้

           ทั้งนี้ การดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือของทั้ง 2 หน่วยงานประสบผลสำเร็จอย่างดี ในปี 2563 (ข้อมูล ณ วันที่ 15 พย. 63) ตรวจสอบพบผู้ประกอบกิจการโทรทัศน์ดาวเทียม มีการกระทำความผิด 18 ราย และผู้ประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียงมีการกระทำความผิด 674 ราย โดยผลิตภัณฑ์สุขภาพที่พบการโฆษณาผิดกฎหมาย เช่น กลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โฆษณาทำให้เข้าใจผิดในสาระสำคัญของผลิตภัณฑ์ อวดอ้างบำรุงรักษาโรคตา รักษาโรคครอบจักรวาล รักษาข้อเข่า กระดูก เสริมสมรรถภาพทางเพศ กลุ่มผลิตภัณฑ์สมุนไพร โฆษณาเกินสรรพคุณที่ได้รับอนุญาต กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โฆษณาทำให้เข้าใจว่าสามารถรักษาอาการปวด รักษาสิว ฝ้า กระ เป็นต้น ซึ่งนอกจากการดำเนินการระงับโฆษณาอย่างเร่งด่วน อย. ได้ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดในการขยายผลสู่การตรวจหาโฆษณาแบบผิด ๆ ทางสื่อออนไลน์ เชื่อมโยงไปถึงผู้ผลิตหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์ เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย รวมทั้งดำเนินมาตรการทางปกครอง เช่น ยกเลิกเลขสารบบอาหาร เพิกถอนทะเบียนตำรับผลิตภัณฑ์สมุนไพร หรือเพิกถอนใบรับจดแจ้งเครื่องสำอาง เพื่อจัดการขั้นเด็ดขาดกับผู้กระทำผิดด้วย

           เลขาธิการฯ กล่าวในตอนท้ายว่า อย. ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากกับปัญหาการโฆษณาและมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ที่ผ่านมาได้ออกคำสั่งระงับโฆษณาและดำเนินคดีกรณีที่พบโฆษณาผิดกฎหมายทางสื่อออนไลน์ และทางอี-มาร์เก็ตเพลส รวมแล้ว 1,388  คดี ขยายผลไปสู่การยกเลิกเลขสารบบอาหารจากโฆษณาที่ผิดกฎหมายแล้ว 23  รายการ และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 นี้ได้จัดทำเป็นโครงการสำคัญของ อย. โดยเน้นจัดการกับปัญหาโฆษณากลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะทางสื่อออนไลน์ เพื่อตอบโต้ปัญหาอย่างรวดเร็ว ทันต่อสถานการณ์ ผ่านการสานพลังกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อเชื่อมโยงข้อมูล และร่วมกันจัดการให้ครบทุกมิติ หวังผลให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลการแจ้งเตือนภัยผลิตภัณฑ์อันตราย และข่าวสารผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ถูกต้องอย่างแท้จริง


บทความที่เกี่ยวข้อง