อย. ส่งเสริมร้านขายยาให้พัฒนาเป็น “ร้านยาคุณภาพ” รองรับ AEC

25 Apr 2013 /

          อย. เผย ขณะนี้กำลังจะมีการออกกฎกระทรวงกำหนดให้ร้านยาต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพในการให้บริการภายใต้หลักวิธีปฏิบัติที่ดีในร้านยา (Good Pharmacy Practice: GPP) โดยบังคับร้านยาเปิดใหม่ทั้งหมดจะต้องมีคุณภาพมาตรฐานตาม GPP เพื่อยกระดับมาตรฐานของร้านยาให้พร้อมต่อการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ที่นำระบบคุณภาพเป็นเงื่อนไขในการแข่งขัน

         นพ.ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมกับภาคีเครือข่าย ไม่ว่าจะเป็นสภาเภสัชกรรม สมาคมเภสัชกรรมชุมชน (ประเทศไทย) ชมรมร้านขายยาแห่งประเทศไทย และสมาคมร้านขายยา ร่วมมือกันภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาคุณภาพร้านยา โดยในภาพรวมของการพัฒนาร้านยาทั้งหมดของประเทศ ในเร็ววันนี้กำลังจะมีการออกกฎกระทรวงภายใต้พระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 ซึ่งจะมีสาระสำคัญในการกำหนดให้ร้านยาต้องผ่านการตรวจสอบคุณภาพในการให้บริการภายใต้หลักวิธีปฏิบัติที่ดีในร้านยา (Good Pharmacy Practice: GPP) รวมถึงบังคับร้านยาเปิดใหม่ทั้งหมดจะต้องมีคุณภาพมาตรฐานตาม GPP เพื่อยกระดับมาตรฐานของร้านยาให้พร้อมต่อการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ซึ่งจะมีการนำระบบคุณภาพมาเป็นเงื่อนไขใหม่ในการแข่งขัน นอกจากนี้ ในอนาคตจะมีการนำมาตรฐานร้านยาคุณภาพมาเป็นเงื่อนไขในการไม่ต่อใบอนุญาตร้านยาที่ไม่มีระบบคุณภาพด้วย ทั้งนี้ กฎกระทรวงดังกล่าวจะบังคับกับร้านยาใหม่ทันทีหลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว 180 วัน โดยร้านยาที่เปิดก่อนกฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ จะให้เวลาในการพัฒนาร้านยาภายใน 8 ปี

         รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อไปว่า ช่วงระหว่างกฎกระทรวงดังกล่าวยังไม่มีผลใช้บังคับ อย. ได้ร่วมมือกับสภาเภสัชกรรมในการให้เภสัชกรในร้านยาที่ขอเปิดใหม่เข้าร่วมอบรมในหลักสูตรเตรียมความพร้อมในการเป็นผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการในร้านยา เพื่อให้เภสัชกรมีความเข้าใจในการปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายและหลักวิธีปฏิบัติที่ดีทางเภสัชกรรมชุมชน อันจะส่งผลให้เภสัชกรในร้านยาปฏิบัติตนได้ถูกต้องสอดคล้องตามกฎหมาย มีจรรยาบรรณที่ดี และมีความเข้าใจในระบบคุณภาพในร้านยา สามารถเป็นเภสัชกรที่ดีในระบบยา

         รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวในตอนท้ายว่า ปัจจุบันมีร้านยาคุณภาพจำนวน 648 ร้าน ครอบคลุมทุกจังหวัดทั่วประเทศ และขณะนี้ได้มีการนำร้านยาคุณภาพส่วนหนึ่งเข้าร่วมเป็นหน่วยบริการของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) อาทิ พื้นที่ใน กทม. ในโครงการร้านยาเยี่ยมบ้าน ร่วมกับศูนย์บริการสาธารณสุข , โครงการคัดกรองและส่งต่อผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อโรคความดันโลหิตสูงและโรคเบาหวาน กับหน่วยบริการของ สปสช. , โครงการให้คำปรึกษาเพื่อเลิกบุหรี่โดยเบิกจ่ายค่าบริการให้คำปรึกษาจาก สปสช. เป็นต้น ดังนั้น จีงเป็นภาพลักษณ์ใหม่ของร้านยาในการให้บริการที่ไม่เพียงแต่งานบริการทางเภสัชกรรมที่ดี ยังสามารถเชื่อมโยงกับระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติอีกด้วย

          “ขอให้ประชาชนเลือกรับบริการจากร้านยาที่มีเภสัชกรให้บริการและมีระบบจัดการคุณภาพภายในร้าน จะช่วยให้ได้รับความปลอดภัยจากการใช้ยา หลีกเลี่ยงการซื้อยาจากแหล่งที่เสี่ยงต่อการเกิดความไม่ปลอดภัยด้านยา เช่น ร้านขายยาที่ไม่มีเภสัชกรให้บริการ , ร้านขายยาที่ไม่มีระบบการจัดเก็บยาที่มีคุณภาพ ไม่มีระบบการควบคุมยาหมดอายุที่ดี” รองเลขาธิการฯ อย. กล่าวในที่สุด