อย. ออกกฎกระทรวง กำหนดมาตรฐานให้ร้านขายยาต้องปฏิบัติตามหลักวิธีปฏิบัติที่ดีทางเภสัชกรรม(GPP) เพื่อให

17 Feb 2014 /

     อย. ออกกฎกระทรวงการขออนุญาตและการออกใบอนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน พ.ศ. 2556 กำหนดให้ร้านขายยาทุกร้านต้องผ่านหลักวิธีปฏิบัติที่ดีทางเภสัชกรรม (Good Pharmacy Practice: GPP) จึงจะต่ออายุใบอนุญาตยาได้ แต่ให้เวลาร้านขายยาที่เปิดมาก่อนกฎกระทรวงมีผลใช้บังคับ ปรับปรุงอย่างเป็นขั้นตอนภายในระยะเวลาหนึ่ง ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน 8 ปี เพื่อให้เกิดการบริการที่มีคุณภาพ มาตรฐาน ตอบสนองสิทธิของผู้ใช้ยามากขึ้น ย้ำ อย. ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านขายยาอย่างต่อเนื่อง หากพบการกระทำผิดทั้งผู้รับอนุญาตร้านขายยาหรือเภสัชกรจะ
ถูกลงโทษตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

     นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ส่งเสริมให้ร้านขายยามีการพัฒนาภายใต้วิธีปฏิบัติที่ดีทางเภสัชกรรม (Good Pharmacy Practice: GPP) เพื่อยกระดับมาตรฐานของร้านขายยาให้พร้อมต่อการร่วมเป็นส่วนหนึ่งในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนนั้น อย. ได้ออกกฎกระทรวงการขออนุญาตและการออกใบอนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน พ.ศ. 2556 ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 27 ธันวาคม 2556 และมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2557 เป็นต้นไป เพื่อให้ร้านขายยามีการบริการที่มีคุณภาพ มาตรฐาน ตอบสนองสิทธิของผู้ใช้ยามากขึ้น และทำให้ผู้ใช้ยามีความปลอดภัยในการใช้ยามากขึ้น โดยปรับปรุงข้อกำหนดมาตรฐานด้านสถานที่ และอุปกรณ์ เครื่องมือในการควบคุมเก็บรักษาคุณภาพยา อาทิการจัดบริเวณให้คำปรึกษาด้านยา การจัดพื้นที่ตามประเภทยาอย่างชัดเจนแยกเก็บยาอันตราย ยาควบคุมพิเศษ ยาสำหรับสัตว์ เป็นสัดส่วนจากยาอื่น ๆ, กำหนดให้มีการแสดงป้ายชื่อพร้อมรูปถ่ายเภสัชกรผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ, กำหนดให้ผู้รับอนุญาต(เจ้าของร้าน)และผู้มีหน้าที่ปฏิบัติการ(เภสัชกรผู้ส่งมอบยา) ปฏิบัติตามวิธีปฏิบัติทางเภสัชกรรม (GPP),  กำหนดเงื่อนไขในการต่ออายุใบอนุญาต และการตรวจประเมิน วิธีปฏิบัติทางเภสัชกรรมเพื่อประกอบการพิจารณาในการออกใบอนุญาตหรือต่ออายุใบอนุญาตของผู้รับอนุญาต กำหนดให้ผู้รับอนุญาตร้านขายยาที่เปิดก่อนกฎกระทรวงมีผลบังคับใช้ ต้องปรับปรุง สถานที่ อุปกรณ์ และการปฏิบัติตาม GPP อย่างเป็นขั้นตอน ภายในระยะเวลาหนึ่ง ทั้งนี้ ต้องไม่เกิน 8 ปี นับจากกฎกระทรวงมีผลใช้บังคับ

      เลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม อย. ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบร้านขายยาอย่างต่อเนื่อง และได้กำกับดูแลการจำหน่ายยาประเภทยาอันตรายและยาควบคุมพิเศษในขณะที่เภสัชกรไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ และ การปฏิบัติหน้าที่ของเภสัชกรในร้านขายยาอย่างใกล้ชิด ถ้าตรวจพบว่าร้านขายยาใดมีการกระทำฝ่าฝืนกฎหมายจะดำเนินคดีกับผู้ที่ฝ่าฝืนทุกราย โดย หากมีการจำหน่ายยาประเภทอันตรายและยาควบคุมพิเศษในขณะที่เภสัชกรไม่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ หรือกรณีที่เภสัชกรที่ไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามเวลาทำการ จะมีโทษปรับตั้งแต่ 1,000 – 5,000 บาท และส่งเรื่องให้สภาเภสัชกรรมพิจารณาเรื่องจริยธรรมวิชาชีพต่อไป ทั้งนี้ อย. จะประสานความร่วมมือไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ให้เข้มงวดในการตรวจสอบร้านขายยา และขอให้ร้านขายยาทุกร้านทั้งในเขตกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากผู้บริโภคพบร้านขายยาที่จำหน่ายยาผิดกฎหมาย/ จำหน่ายยาประเภทอันตรายและยาควบคุมพิเศษในขณะที่เภสัชกรไม่อยู่ปฏิบัติการ/ไม่มีเภสัชกรประจำร้านสามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่ สายด่วน อย. โทร. 1556 หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) ทุกจังหวัด