อย. ยกระดับการผลิตยาสมุนไพรไทยให้ได้มาตรฐาน เพิ่มศักยภาพการแข่งขันรองรับ AEC นำสื่อลงพื้นที่ศึกษาดู

3 Jul 2014 /

 

     อย. เดินหน้าส่งเสริมยาสมุนไพร และยกระดับมาตรฐานการผลิตยาสมุนไพรไทยตามหลักเกณฑ์ วิธีการผลิตยาที่ดี (GMP) พร้อมพัฒนาให้ผู้ผลิตยาทุกระดับผลิตยาให้ได้มาตรฐานสากล (PIC/S GMP) อันจะเป็นการสร้างความมั่นใจ  ต่อผู้บริโภคและเป็นการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันรองรับ AEC รุดนำสื่อลงพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ศึกษาดูงาน ณ บริษัท ขาวละออเภสัช จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานผลิตยาสมุนไพรไทยที่ได้มาตรฐาน ASEAN GMP และได้รับรางวัล อย. ควอลิตี้ อวอร์ด พร้อมนำสื่อชมกระบวนการผลิตเครื่องสำอางประเภทผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ได้มาตรฐานจีเอ็มพี ณ บริษัท เจ.เอ็ม.ที.     ลาบอเรตอรีส จำกัด จ.นครราชสีมา เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผ่านการผลิตที่ได้มาตรฐานมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

     นพ.บุญชัย สมบูรณ์สุข เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตระหนักถึงความสำคัญของภูมิปัญญาไทย จึงส่งเสริมให้ผู้ผลิตยาแผนไทย ทุกระดับพัฒนา การผลิตยาให้ได้มาตรฐานด้านการผลิต และพยายามส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีศักยภาพ ในการผลิตสู่มาตรฐานสากล (PIC/S GMP) เพื่อสร้างโอกาสให้ยาไทยในต่างประเทศด้วย รองรับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ในปี 2558 ซึ่งที่ผ่านมา อย. ได้จัดให้มีผู้เชี่ยวชาญ ที่ปรึกษาภายนอกมาให้คำปรึกษาเพื่อการพัฒนาการผลิตสร้างและพัฒนาผู้เชี่ยวชาญ ด้านนวัตกรรมยาแผนปัจจุบันและยาสมุนไพร รวมทั้งพัฒนานักบริหารนวัตกรรม นักบริหารการค้า และการลงทุนด้านยา/บริการเภสัชกรรม ระดับกลางและสูง รวมทั้งการพัฒนาระบบ วิธีการ และห้องปฏิบัติการ กระบวนการตรวจสอบ พิสูจน์และควบคุมมาตรฐานยาแผนไทย เพื่อให้เกิดการยอมรับในด้านคุณภาพของยาต่อไป ดังนั้น เพื่อศึกษาดูงานการผลิตยาสมุนไพรไทยที่ได้มาตรฐาน ในวันที่ 3 กรกฎาคม 2557 อย. นำสื่อมวลชนไปที่ บริษัท ขาวละออเภสัช จำกัด ตั้งอยู่ที่ 146/22 หมู่ 3 ถ.สุขสวัสดิ์ ต.ปากคลองบางปลากด  อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ ซึ่งบริษัท ขาวละออเภสัช จำกัด   เป็นกิจการของคนไทย 100% มีการใช้ภูมิปัญญาสมุนไพรไทยผสมผสานกับวิทยาการแผนใหม่ทั้งด้านเภสัชกรรมการผลิตและการตรวจวิเคราะห์ เพื่อนำไปสู่การผลิตยาสมุนไพรไทยที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพในการรักษา โดยผลิตภัณฑ์ยาสมุนไพรไทยของบริษัทขาวละออเภสัช จำกัด มีหลากหลายชนิด เช่น กระเทียมสกัด ฟ้าทะลายโจรสกัด ผลิตภัณฑ์จาก ใบมะรุม เครื่องดื่มชนิดผงจาก ขิง มะตูม กระเจี๊ยบ เป็นต้น ซึ่งผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เหล่านี้ นอกจากจำหน่าย ตามร้านขายยาในประเทศแล้ว ยังส่งออกไปจำหน่ายอีกหลายประเทศทั้งในแถบเอเชีย ยุโรป และสหรัฐอเมริกา  ที่สำคัญเป็นบริษัทที่ได้รับมาตรฐาน ASEAN GMP , ISO 9001:2008 , Halal HACCP และรางวัล อย. ควอลิตี้ อวอร์ดในปี 2552 และปี 2554 อีกด้วย

     เลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อไปว่า นอกจากการยกระดับคุณภาพการผลิตยาแล้ว อย. ยังเห็นความสำคัญ  ของประสิทธิภาพการรักษาและสรรพคุณทางยา ดังนั้น ในกระบวนการพิจารณาประสิทธิภาพของยา จึงต้องมีความพิถีพิถันเพื่อให้มั่นใจได้ว่ายาที่ผ่านการขึ้นทะเบียนตำรับจาก อย. แล้ว จะเป็นยาที่มีประสิทธิภาพและสรรพคุณทางยาจริงตามฉลากยา นอกจากจะสร้างความน่าเชื่อถือแล้ว ยังเป็นกระบวนการคุ้มครองผู้บริโภคได้อย่างเป็นรูปธรรม ที่สำคัญมาตรฐานการขึ้นทะเบียนตำรับยาดังกล่าวก็ใช้กับทั้งยาแผนไทยและยาแผนทางเลือก อื่นๆ จากต่างประเทศ  เพื่อความโปร่งใสในยุคการเปิดเสรีทางการค้า ทั้งนี้ อย. จะดำเนินการทุกวิถีทางที่จะคุ้มครองความปลอดภัยและ ความสมประโยชน์ของผู้บริโภค รวมทั้งคุณภาพและประสิทธิภาพของยาแผนไทยต่อไป

     นอกจากนี้ อย. ยังได้พาสื่อไปศึกษาดูงานการผลิตเครื่องสำอางที่ได้มาตรฐาน GMP และ ISO 9000   ณ บริษัท เจ. เอ็ม. ที. ลาบอเรตอรีส จำกัด ตั้งอยู่ที่ 200 หมู่ 10 ต.โตนด อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นโรงงานรับจ้างผลิตเครื่องสำอางดูแลเส้นผมหลายประเภท ภายใต้แบรนด์ จัสท์โมเดิร์น , แคริ่ง , เพียวเต้ , ไอลี่ , อัญญ่า และสุชิตา   โดยผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เหล่านี้นอกจากจำหน่ายในประเทศแล้วยังส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศในภูมิภาคอาเซียนด้วย ทั้งนี้ อย. มีมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรมเครื่องสำอางในประเทศไทย ให้มีความสามารถผลิตเครื่องสำอางคุณภาพดี มีมาตรฐานระดับสากล โดยปัจจุบันมีสถานที่ผลิตเครื่องสำอาง ที่ได้รับหนังสือรับรองมาตรฐานการผลิตเครื่องสำอางรวมทั้งสิ้น 134 แห่ง (ข้อมูล ณ วันที่ 23 มิถุนายน 2557) ซึ่งเป็นสถานที่ผลิตเครื่องสำอางขนาดใหญ่และขนาดกลางที่มีความพร้อมด้านเงินทุน เทคโนโลยี และบุคคลากร โดย อย.จะสนับสนุนให้มีการยกระดับมาตรฐานการผลิตเครื่องสำอางตามเกณฑ์ GMP ทุกขั้นตอนของการผลิตให้เป็นไปตามหลักวิชาการ ส่วนสถานที่ผลิตเครื่องสำอางขนาดเล็กและอุตสาหกรรมในครัวเรือนซึ่งมีข้อจำกัด ในเรื่องเงินทุน เทคโนโลยี และบุคลากร ที่ยากจะพัฒนาการผลิตให้ถึงระดับสากลตามเกณฑ์ GMP เต็มรูปแบบได้นั้น อย. ได้จัดทำเกณฑ์เบื้องต้นของวิธีการผลิต วิธีการเก็บรักษาเครื่องสำอาง            ควบคุมเพื่อเตรียมความพร้อม แก่ผู้ผลิตขนาดเล็ก และอุตสาหกรรมในครัวเรือนให้สามารถใช้ระบบคุณภาพในการผลิตเครื่องสำอาง อันจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาไปสู่เกณฑ์ GMP ได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการเลือกซื้อเครื่องสำอาง ขอให้ผู้บริโภคซื้อจากร้านค้าที่มีหลักแหล่งแน่นอน มีฉลากภาษาไทยที่มีข้อความบังคับครบถ้วน ได้แก่ ชื่อและประเภทผลิตภัณฑ์ เลขที่ใบรับแจ้ง 10 หลัก ส่วนประกอบทั้งหมด วิธีใช้ ชื่อและที่ตั้งแหล่งผลิต วัน เดือน ปีที่ผลิต  ปริมาณสุทธิ และ คำเตือน (ถ้ามี) นอกจากนี้หากสงสัยผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางใดว่ามีการจดแจ้งถูกต้องหรือไม่  สามารถตรวจเลขที่ใบรับแจ้งเครื่องสำอางผ่านทาง Oryor Smart Application ได้ หรือสอบถามมายังสายด่วน อย. 1556 เลขาธิการฯ อย. กล่าวในที่สุด

 

 

 

 

 

 

         

                


บทความที่เกี่ยวข้อง