ขาวเสี่ยงอันตรายถ้าเลือกใช้ “กลูต้าไธโอน”

26 Aug 2016 /

ถ้าพูดถึง “กลูต้าไธโอน”คงไม่มีใครที่ไม่รู้จัก ตอนนี้กระแสของวัยรุ่นที่มีค่านิยมอยากมีผิวขาวแบบเร็วทันใจนั้นมีมากขึ้นเรื่อยๆ จึงได้มีการนำสารกลูต้าไธโอนมาเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งการกิน การทา และการฉีด ซึ่งล้วนแต่เป็นอันตรายต่อสุขภาพหรือสิ้นเปลื้องค่าใช้จ่ายโดยไม่เห็นผลอีกด้วย

              กลูต้าไธโอนคือสารต้านอนุมูลอิสระที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ได้เอง มีคุณสมบัติทำหน้าที่ป้องกันเนื้อเยื่อไม่ให้ถูกทำลาย กระตุ้นภูมิคุ้มกันและขจัดสารพิษออกจากร่างกาย  ในทางการแพทย์ ได้มีการนำสารกลูต้าไธโอนมาใช้ในการรักษาโรคต่างๆเช่น โรคมะเร็ง โรคปลายเส้นประสาทอักเสบ โรคไต ภาวะเป็นหมันในเพศชาย ซึ่งจะมีผลข้างเคียงอย่างหนึ่ง คือทำให้ผู้ป่วยมีสีผิวที่ขาวขึ้น โดยสารกลูต้าไธโอนจะไปยับยั้งการสร้างเม็ดสีผิวหรือเมลานินให้ลดลง ทำให้ผิวขาวขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น ด้วยเหตุนี้เองจึงมีคนนำผลข้างเคียงของยามาใช้ทำให้ผิวขาวขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของยาเม็ด หรือผงละลายน้ำสำหรับรับประทาน ซึ่งส่วนใหญ่กลูต้าไธโอนจะถูกทำลายในทางเดินอาหาร ดังนั้นผู้ที่รับประทานแทบจะไม่มีผลเลย ส่วนในรูปแบบของยาฉีด จะมีผลทำให้ผิวขาว แต่ประเด็นสำคัญคือ มีความเสี่ยงกับอันตรายมากกว่า เพราะเป็นการฉีดเข้าเส้นเลือดดำโดยตรงอาจทำให้เกิดการแพ้ยาถึงขั้นช็อคและเสียชีวิตได้ โดยการฉีดเข้าร่างกายนี้จะต้องฉีดในปริมาณที่สูงกว่าปริมาณที่ใช้ในการรักษาโรค  ซึ่งจะทำให้เกิดผลเสียกับสุขภาพ คือทำให้เม็ดสีผิวลดลง หากใช้ติดต่อกันเป็นเวลานานจะทำให้เกิดการระคายเคือง แพ้แสงแดด เสี่ยงการเป็นมะเร็งผิวหนัง นอกจากนี้ยังเกิดผลกระทบต่อระบบจอประสาทตาทำให้จอประสาทตาเกิดการอักเสบ ถ้ามีการอักเสบบ่อยๆ อาจถึงขั้นตาบอดได้

              นอกจากนี้การฉีดสารกลูต้าไธโอนเพื่อทำให้ผิวขาว ยังไม่มีการรับรองความปลอดภัยจากทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ส่วนกลูต้าไธโอนประเภทรับประทานนั้น ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) ได้ขึ้นทะเบียนรับรองโดยอนุญาตให้ใช้เป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์อาหารเสริม แต่ถ้ารับประทานติดต่อกันเป็นเวลานานๆ อาจจะมีผลต่อการทำงานของไตได้