เคล็ด(ไม่)ลับดูแลผิวชะลอวัย ตามอายุ

26 Aug 2016 /

วิธีการดูแลผิวพรรณขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย  เช่น พฤติกรรมการดำเนินชีวิต การรับประทานอาหาร การบำรุงผิวพรรณตั้งแต่ยังไม่เกิดปัญหา เป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติ  มีแนวทางการดูแลผิวพรรณให้สดใสสมตามวัยดังนี้

ผิววัยทารก (0-2 ปี)       

ต้องระวังเรื่องการโดนแสงแดดจัด ไม่ควรให้เด็กทารกในช่วงอายุ 6 เดือนแรก ไม่ควรใช้ผลิตภัณฑ์กันแดด แต่สำหรับทารก 6 เดือนขึ้นไปหากต้องการสัมผัสกับแดด เช่นพ่อแม่พาไปว่ายน้ำ หรือทำกิจกรรมกลางแจ้งในที่แดดแรง ควรใช้ผลิตภัณฑ์กันแดด ผู้ปกครองหลายท่านคิดว่าผลิตภัณฑ์กันแดดไม่เหมาะสมสำหรับผิวทารกและเด็ก ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดเพราะปริมาณของแสงแดดที่สะสมตลอดชีวิต ร้อยละ 80 จะได้รับมาในช่วงตั้งแต่แรกเกิดจนถึงอายุ 20 ปี ดังนั้นหากเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดในวัยผู้ใหญ่ก็จะสายไป เพราะช่วยกันผลเสียของแสงแดดได้แค่ร้อยละ 20 เท่านั้น พ่อแม่มักกลัวว่าจะไม่สะอาดพอ การอาบน้ำบ่อยครั้ง หรือฟอกสบู่มากเกินไป ทำให้ผิวทารกแห้ง และระคายเคือง

ผิววัยเด็ก (2-12 ปี)

เด็กเริ่มวิ่งซน หกล้มมีบาดแผล ถูกยุงกัด มดกัด พอเกาก็เป็นแผล มือไม่สะอาดก็จะเกิดการติดเชื้อ ควรรักษาความสะอาดด้วยการล้างมือ ล้างเท้า เมื่อกลับจากโรงเรียน ตัดเล็บให้สั้น โดยถือปฏิบัติหลักสุขอนามัยที่สอนในโรงเรียน ถ้าเด็กต้องมีกิจกรรมที่โดนแดดจัด ควรใช้ผลิตภัณฑ์กันแดด

ผิววัยรุ่น (13-19 ปี)

สิวเป็นโรคผิวหนังที่พบบ่อยที่สุดโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวัยรุ่น แต่วัยรุ่นไทยส่วนใหญ่ยังมีความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสิว คือส่วนใหญ่เชื่อว่าสิวเกิดจากความสกปรก  เมื่อเป็นสิวจึงล้างหน้าวันละหลายครั้ง ที่จริงแล้วการทำความสะอาดผิวมากเกินไปกลับทำให้สิวและสภาพผิวเลวลง  เพราะจะทำให้ขบวนการสร้างเคอราตินของเซลล์ผิวหนังไม่เกิดตามปกติ  การทำความสะอาดผิวหน้าจึงควรทำเฉพาะในเวลาเช้า -โดยเฉพาะในคนที่ทายารักษาสิวเพื่อล้างเศษยาที่หลงเหลืออยู่ออก เพราะยาทารักษาสิวที่ทาก่อนนอน เช่น  กรดวิตามินเอ  ทำให้ผิว
ไวต่อแสง การล้างหน้าเวลาเย็น – เพื่อล้างครีมกันแดด และเมคอัพ และล้างหน้าหลังทำกิจกรรมที่ร้อน มีเหงื่อออกมาก เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่รักษาสิวทำให้ผิวหนังได้รับผลเสียจากแสงแดดได้ง่ายขึ้น  คือทำให้เกิดผิวไหม้แดด เกิดรอยด่างดำ และผิวเหี่ยวแก่จากแสงแดด  ผู้ที่รักษาสิวอยู่จึงควรใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดร่วมด้วย  พบว่าผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีค่า  SPF สูงมากเกินไป  มักก่อให้ผิวระคายเคืองและเกิดสิวได้ง่ายขึ้น และยังมีราคาแพงโดยไม่จำเป็น  จึงควรเลือกค่า  SPF  ให้เหมาะสม  เช่น การโดนแสงแดดตามกิจวัตรประจำวันให้ใช้ SPF 10 หรือ 15   ถ้าต้องออกโดนแดดนานกว่าปกติ อาจใช้ SPF 30  ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่ไม่ทำให้สิวเห่อ และทาแล้วไม่ระคายเคือง

ผิววัยผู้ใหญ่ตอนต้น (20-29 ปี)

วัยนี้อาจมีปัญหาผิวหน้ามันหรือสิว ซึ่งมาจากฮอร์โมนเพศเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ โดยเฉพาะผู้หญิง
ช่วงก่อนหรือหลังการมีประจำเดือนที่ผิวหน้าจะมัน เป็นสิวและเห็นรอยแดงชัดเจนขึ้น ไม่ควรแกะ แคะหรือบีบสิวใดๆ ทั้งสิ้น เพราะอาจเกิดการอักเสบ ติดเชื้อและเกิดแผลเป็นซึ่งแก้ไขได้ยาก การดูแลผิวพรรณช่วงวัยนี้ต้องให้ความสำคัญกับการทำความสะอาดผิวให้หมดจด โดยเฉพาะคนที่แต่งหน้า ควรใช้สำลีชุบด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเช็ดเครื่องสำอางและล้างหน้าให้สะอาดอย่างแผ่วเบา พร้อมทาครีมบำรุงตาม สำหรับผู้ที่มีผิวหน้ามันแนะนำให้ทาครีมที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันหรือน้ำหอม เมื่อไปทำธุระข้างนอก ระหว่าง
8 โมงเช้า - 5 โมงเย็น อย่าลืมทาครีมกันแดด สวมแว่นกันแดด ใส่หมวก หรือกางร่ม เพราะแสงแดดช่วงเวลาดังกล่าวเป็นศัตรูตัวร้ายที่ทำให้เกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ และริ้วรอยเหี่ยวแก่ที่จะมาเยือนก่อนวัยอันควร

ผิววัยผู้ใหญ่ (30-39 ปี)

ผิวพรรณของสาววัยนี้เริ่มขาดความชุ่มชื้นและไม่เปล่งปลั่งสดใสเหมือนเดิม ส่วนใหญ่พบว่าผิวเริ่มแห้ง
มีริ้วรอยปรากฏบริเวณหางตา มีปัญหาจุดด่างดำจากกระหรือฝ้าเพิ่มมากขึ้น วิธีถนอมผิวช่วงวัยนี้คือ การใช้ครีมบำรุงผิวที่มีเนื้อครีมเข้มข้นขึ้น และทาครีมบำรุงผิวเฉพาะส่วนมากขึ้น เช่น ครีมบำรุงผิวรอบดวงตา แนะนำให้ดื่มน้ำมากๆ ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮออล์และสูบบุหรี่ที่จะทำร้ายผิวให้ดูแก่ก่อนวัย รวมถึงการทำใจไม่ให้เครียดหรือหน้านิ่วคิ้วขมวด ที่จะทำให้เกิดริ้วรอยได้ง่าย ในวัยนี้ผิวจะเริ่มเหี่ยวย่น มีฝ้า มีกระ หลายคนจึงหันมาใช้เครื่องสำอาง หากไม่ศึกษาวิธีใช้ให้ดีพอ หรือใช้เครื่องสำอางมากเกินไปอาจเกิดผื่นแพ้เครื่องสำอาง หรือเกิดสิวจากเครื่องสำอางได้

ผิววัยกลางคน (40-49 ปี)

เป็นช่วงวัยที่ผู้หญิงสูญเสียความมั่นใจและกังวลเกี่ยวกับปัญหาผิวพรรณมากที่สุด เนื่องจากไขมันหล่อเลี้ยง
ใต้ชั้นผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่นลง ทำให้ผิวไม่อิ่มเอิบ ทำให้เห็นริ้วรอยหรือจุดบกพร่องชัดเจนมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้หญิงช่วงอายุนี้เริ่มเข้าสู่วัยทอง ทำให้ขาดฮอร์โมนเอสโตรเจนส่งผลทำให้ผิวแห้ง และแพ้ง่ายมากยิ่งขึ้น จึงขอแนะนำให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีเนื้อเข้มข้นทาตอนเช้าและก่อนนอน เป็นประจำทุกวัน คุณสมบัติของครีมเข้มข้นเหล่านี้ไม่สามารถทำให้ลดเลือนริ้วรอยได้ 100% เหมือนตามภาพยนตร์โฆษณาหรือคำอ้าง แต่สารที่ให้ความชุ่มชื้นจะช่วยทำให้ผิวอุ้มน้ำได้มาก ทำให้ผิวดูเต่งตึง ริ้วรอยตื้นขึ้นเท่านั้น ทั้งนี้
ถ้าไม่ทาบำรุงเป็นประจำริ้วรอยก็จะปรากฏขึ้นมาใหม่

ผิวผู้สูงวัย (50 ปีเป็นต้นไป)

ในวัยนี้ต่อมไขมันเริ่มทำงานน้อยลง จึงเกิดผิวแห้งได้ ผู้สูงวัยหลายท่านชอบอาบน้ำร้อน นอนแช่ในอ่างอาบน้ำ ใช้สบู่ที่แรงฟอกตัวมากเกินไป เหล่านี้ล้วนทำให้ผิวแห้งมากขึ้น จึงควรเลี่ยงการกระทำดังกล่าว และอาจใช้ครีมให้ความชุ่มชื้นทาได้เวลาผิวแห้ง หากคุณเป็นคนไม่ใส่ในการบำรุงและดูแลสุขภาพผิวพรรณมาก่อน สภาพผิวหน้าหย่อนคล้อยและริ้วรอยร่องลึกก็จะแสดงปรากฏบนใบหน้าอย่างชัดเจน อาจใช้เครื่องสำอางในการปกปิดจุดบกพร่อง เพื่อชะลอความแก่ยังมีการดูแลจำเพาะ ได้แก่ การป้องกันผิวหนังไม่ให้ถูกทำลายจากแสงแดด โดยใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่มีประสิทธิภาพดี ใช้เสื้อผ้าปกปิดผิวหนัง หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแดดจัด การทาครีมกลุ่มกรดวิตามินเอ ครีมตัวนี้จัดเป็นผลิตภัณฑ์ช่วยทำให้ผิวหนังที่ถูกทำลายจากแสงแดดดีขึ้นทั้งในแง่ความหยาบ รอยย่น และผิวกระดำกระด่าง แต่ต้องใช้ระยะเวลานาน 10-12 เดือนขึ้นไป สารต้านอนุมูลอิสระ ที่รู้จักกันแพร่หลายได้แก่ วิตามินเอ ซี อี เบต้าคาโรทีน โคเอนไซม์คิว 10 เป็นต้น เหล่านี้ใช้ทาผิวหนังเพื่อหวังป้องกันและรักษาผิวเหี่ยวแก่ แต่ผลยังไม่แน่นอนนักที่สำคัญที่สุดนั้น การดูแลผิวในทุกวัยที่ดีที่สุดคือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตให้ผิวมีสุขภาพดีจากภายในเริ่มจากการกินอาหารที่ให้วิตามิน เกลือแร่และกากใยมาก การดื่มน้ำเปล่า การออกกำลังกายและการพักผ่อนให้เพียงพอ เป็นต้น


บทความที่เกี่ยวข้อง