เครื่องสำอาง...แฝงอันตราย

12 Nov 2018 /

           ภัยร้ายจากการใช้เครื่องสำอางไม่พึงประสงค์ ยังคงมีให้เห็นเป็นข่าวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งพบมากในผลิตภัณฑ์ที่โฆษณาสรรพคุณว่าทำให้หน้าขาวใส ประกอบกับค่านิยมของคนในสังคมไทยมักมองว่าคนสวยส่วนใหญ่คือคนที่มีผิวขาว จนทำให้สาว ๆ ต้องสรรหาผลิตภัณฑ์มาประทินผิว โดยหากซื้อเครื่องสำอางที่โฆษณาโอ้อวดสรรพคุณมาใช้ ระวังจะเสี่ยงหน้าพัง เพราะอาจเจอเครื่องสำอางที่ผสมสารอันตรายที่เป็นสารห้ามใช้ลงไป

          เนื่องจากเครื่องสำอางเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้บริโภคเลือกซื้อ เลือกใช้ด้วยตนเอง และใช้ตามความพึงพอใจ ส่วนใหญ่จึงมิได้ระมัดระวังในการใช้กันมากนัก ซึ่งพบว่ามีผู้ประกอบการบางรายไม่คำนึงถึงอันตรายที่จะเกิดกับผู้บริโภค โดยนำสารห้ามใช้ผสมลงในเครื่องสำอาง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่าขจัดสิว ฝ้า ทำให้หน้าขาวภายใน 3 – 7 วัน เปลี่ยนสีผิวดำเป็นผิวขาว ลบริ้วรอย

อันตรายที่แฝงอยู่ในสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง

-    สารไฮโดรควิโนน เป็นสารที่ทำให้เกิดการแพ้ ระคายเคือง เกิดจุดด่างขาวที่หน้า ผิวหน้าดำ เป็นฝ้าถาวร รักษาไม่หาย ทั้งนี้ สามารถนำผงซักฟอกมาทดสอบในเบื้องต้นได้ว่าเครื่องสำอางนั้นมีส่วนผสมของไฮโดรควิโนนหรือไม่ โดยนำน้ำผงซักฟอกหยดลงในกระดาษทิชชูที่มีเครื่องสำอางนั้นอยู่ ทิ้งไว้สักครู่ ถ้าพบการเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำตาลแสดงว่าเครื่องสำอางนั้นอาจมีส่วนผสมของไฮโดรวิโนน ซึ่งวิธีนี้สามารถตรวจสอบได้เฉพาะเครื่องสำอางที่ผสมไฮโดรควิโนนเท่านั้น อีกทั้งยังไม่สามารถการันตีผลได้ 100%

-    สารปรอทแอมโมเนีย เป็นสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ ผื่นแดง ผิวหน้าดำ ผิวบางลง เกิดพิษสะสมของปรอท ทำให้ทางเดินปัสสาวะอักเสบและไตอักเสบ

-   กรดเรทิโนอิกหรือกรดวิตามินเอ ใช้แล้วหน้าแดง ระคายเคือง แสบร้อนรุนแรง เกิดการอักเสบ ผิวหน้าลอกอย่างรุนแรง และอาจเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์

-   สารสเตียรอยด์ ทำให้ผิวบาง เกิดรอยแตกบนผิวหนัง เส้นเลือดใต้ผิวหนังผิดปกติ หน้าแดงตลอดเวลา เกิดผื่นแพ้ เกิดสิวผด ผิวหนังจะมีสีจางลง หากใช้เป็นเวลานาน
จะทำให้ด่างขาว