อาการแบบนี้… ไข้เลือดออก หรือไข้หวัดใหญ่กันแน่

3 Dec 2020 /

ในช่วงฤดูฝน หลาย ๆ คนมักมีอาการคัดจมูก ไอ มีไข้ ปวดหัว ปวดเมื่อยตามตัว ซึ่งเป็นอาการของหลาย ๆ โรค แต่ที่พบบ่อยก็คือ โรคไข้เลือดออก และโรคไข้หวัดใหญ่ ซึ่งทั้ง 2 โรคนี้มีอาการที่คล้าย ๆ กัน ทำให้เป็นเรื่องยากที่จะสามารถแยกโรคออกจากกัน ดังนั้น การรู้ถึงลักษณะเฉพาะของแต่ละโรคจะสามารถช่วยให้การรักษารวดเร็วยิ่งขึ้น

          โรคไข้เลือดออกมีสาเหตุมาจากเชื้อไวรัสเดงกี (Dengue Virus) ส่วนไข้หวัดใหญ่เกิดจากการติดเชื้อ Influenza Virus เชื้อนี้จะสามารถติดต่อผ่านทางการสัมผัสน้ำมูก น้ำลาย การไอ จาม ของผู้ที่เป็นได้ โดยอาการ
ของทั้ง 2 โรค มีอาการที่คล้ายกัน โดย

 

อาการ

โรคไข้เลือดออก

โรคไข้หวัดใหญ่

1.

ไข้

ไข้สูงลอย > 38.5°C 2-7 วัน

ไข้สูง

2.

เจ็บคอ ไอ มีน้ำมูก

ไม่มีอาการ

มักพบอาการ

3.

คลื่นไส้ อาเจียน

มักพบอาการ

ไม่มีอาการ หรือมีอาการน้อย

4

พบจุดจ้ำเลือดที่ผิวหนัง

มักพบอาการ

ไม่มีอาการ

5.

ถ่ายเป็นสีดำ

มักพบอาการ

ไม่มีอาการ

6.

ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ

มักพบอาการ

มักพบอาการ

 

          สำหรับการดูแลอาการเบื้องต้นสำหรับผู้ที่เป็นไข้เลือดออก ผู้ป่วยควรดื่มน้ำเกลือแร่เพื่อป้องกันภาวะ
ขาดน้ำ เช็ดตัวด้วยน้ำอุ่น หรือรับประทานยาลดไข้ เช่น ยาพาราเซตามอลแต่ต้องรับประทานในปริมาณที่แพทย์สั่งเท่านั้น โดยห้ามรับประทานยาแอสไพรินและยากลุ่ม NSAIDs เด็ดขาด เช่น ยาไอบูโพรเฟน เพราะอาจทำให้เลือดออกง่าย

          การป้องกันโรคไข้เลือดออก

1. ระวังไม่ให้ถูกยุงกัด

2. ทำลายแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลาย

          การป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่
1. ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่
2. ล้างมือก่อนรับประทานอาหาร
3. หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดจากผู้ที่เป็นหวัด
          โดยการรักษาโรคไข้เลือดออก และไข้หวัดใหญ่ จะรักษาตามอาการ แนะนำให้ไปพบแพทย์
 


บทความที่เกี่ยวข้อง