ดื่มโซดา ช่วยลดไขมันในเลือด ไม่จริง

24 May 2019 /

          ข้อมูลส่งต่อให้คนหลงเชื่อกันในสื่อโซเชียล อ้างว่าการดื่มน้ำโซดา จะช่วยลดระดับไขมันในเลือดนั้น ถือเป็นข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง เพราะน้ำโซดานั้น คือ น้ำอัดลมที่ผสมแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์เข้าไป ไม่มีผลในการช่วยลดระดับไขมันในเลือดแต่อย่างใด

ไขมันในเลือด จะอยู่ในรูปไลโปโปรตีน เป็นสารประกอบของไขมัน และโปรตีน ประกอบด้วย

1. โคเลสเตอรอล เป็นไขมันที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ขึ้นเอง และจากการรับประทานอาหารที่ เป็นสารตั้งต้นที่นำไปสร้างน้ำดี เพื่อช่วยในการดูดซึมอาหารไขมันและใช้สร้างฮอร์โมนบางชนิด มี 3 ชนิด ได้แก่

                   - Low density lipoprotein (LDL) เป็นโคเลสเตอรอลชนิดความหนาแน่นต่ำ ทำหน้าที่นำเอาโคเลสเตอรอลไปยังเซลล์ที่ต้องการใช้โคเลสเตอรอล หากมีไขมันชนิดนี้สูงจะยิ่งมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือดจะเพิ่มขึ้น

- Very low density lipoprotein (VLDL) ทำหน้าที่นำไตรกลีเซอไรด์ไปเนื้อเยื่อต่างๆ เพื่อใช้เป็นแหล่งพลังงานโดยเอนไซม์ LPL จะสลาย ไตรกลีเซอไรด์ใน VLDL ให้เป็นกรดไขมันอิสระ หากมีไขมันชนิดนี้สูง จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือด

- High density lipoprotein (HDL) เป็นดคเลสเตอรอลชนิดความหนาแน่นสูง ทำหน้าที่นำโคเลสเตอรอล ที่สะสมตามผนังหลอดเลือด หรือที่เนื้อเยื่ออื่นๆไปทำลายที่ตับ ดังนั้นถ้าระดับ HDL ในเลือดยิ่งสูง จะยิ่งดี

2. ไตรกลีเซอไรด์ เป็นไขมันที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเอง และจากการรับประทานอาหารโดยเฉพาะอาหารจำพวกแป้ง หรืออาหารที่มีรสหวาน เป็นแหล่งพลังงานที่ร่างกายสะสมไว้ใช้

3. ฟอสโฟลิปิด เป็นส่วนประกอบที่สำคัญของเยื่อหุ้มเซลล์

4. กรดไขมันอิสระ  เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของร่างกาย 

สาเหตุของการมีระดับไขมันในเลือดสูง
1. กรรมพันธุ์/เพศ/อายุ
2. พฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ไม่ถูกต้อง เช่นการรับประทานอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว และ/หรือ โคเลสเตอรอลสูง อาหารที่มีส่วนประกอบของน้ำตาลสูง เป็นต้น
3. ภาวะอ้วน
4. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์
5. บุหรี่

6. ความเครียด
7. โรคบางชนิดร่วมกับภาวะไขมันสูง เช่น โรคเบาหวาน โรคตับ โรคไต
8. ยาบางชนิด เช่น ยาฮอร์โมน ยาสเตียรอยด์ ยาขับปัสสาวะ

วิธีการลดระดับไขมันในเลือดที่เหมาะสม

1. เลือกรับประทานอาหารให้ถูกต้อง ตามหลักโภชนาการ และอ่านฉลากโภชนาการก่อนเลือกซื้ออาหาร ลดอาหารที่มีไขมันอิ่มตัวสูง ลดอาหารจำพวกแป้ง เพิ่มการรับประทานอาหารที่มีกากใยให้มากขึ้น

2. ควบคุมน้ำหนัก

3. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

4. พยายามลด หรือเลิกบุหรี่ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

5. ดูแลตนเอง และรักษาโรคประจำตัวอื่น ๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคไต เป็นต้น