/var/www/html/htdocs/dl2/application/core/MY_Controller.php:116:string 'ddddd' (length=5)
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา : ต่อมทอนซิลอักเสบ ห้ามดื่มน้ำเย็น จริงหรือไม่

ต่อมทอนซิลอักเสบ ห้ามดื่มน้ำเย็น จริงหรือไม่

24 Sept 2020 /

หลายๆท่านคงเคยได้ยินกันมาว่า ถ้ามีอาการเจ็บคอ จนต่อมทอนซิลเกิดการอักเสบ แล้วกินน้ำเย็นจะทำให้มีอาการเจ็บคอมากขึ้น ความจริงจะเป็นเช่นไร เรามีคำตอบ

          ทอนซิลอักเสบ (Tonsillitis) เป็นภาวะอักเสบของต่อมทอนซิล อาจเกิดจากการติดเชื้อไวรัส และแบคทีเรีย จะมีอาการไข้ หนาวสั่น เจ็บคอ กลืนอาหารลำบากเพราะเจ็บคอมาก 

          โดยทั่วไปแล้วการรักษาภาวะต่อมทอนซิลอักเสบ มักจะใช้ยาบรรเทาอาการเจ็บคอ ยาลดน้ำมูก หรือลดไข้ ให้ยาฆ่าเชื้อ(ถ้าจำเป็น) โดยอาจใช้เวลารักษาประมาณ 2 สัปดาห์อาการถึงจะดีขึ้น

          ตัวอย่างยาที่ใช้รักษา

1. ยาลดน้ำมูก

คลอเฟนิรามีน (Chlorpheniramine)

2. ยาลดไข้

พาราเซตามอล (Paracetamol), ยาในกลุ่ม NSAIDs เช่น ไอบูโปรเฟน (Ibuprofen)

          นอกจากนี้ หากมีอาการอื่น ๆ แนะนำให้ไปพบแพทย์ และการใช้ยารักษาจะต้องอยู่ในการดูแลของแพทย์ หรือเภสัชกร ห้ามซื้อยามากินเอง เพราะอาจทำให้แพ้ยา หรือเกิดอันตรายจากการใช้ยาได้

          การปฏิบัติตัวก็เป็นสิ่งสำคัญโดยแนะนำให้

  • ดื่มน้ำอุณหภูมิห้องมากๆ วันละ 8 แก้วขึ้นไป เพื่อทำให้มีความชุ่มคอ
  • ควรรับประทานอาหารอ่อน ๆ เช่น โจ๊ก หรือข้าวต้มที่ไม่ร้อนจนเกินไป
  • หลีกเลี่ยงอาหารที่มีรสเผ็ด หรือรสจัด
  • หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่ หรือดื่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์
  • ใช้เสียงให้น้อยลง
  • พักผ่อนให้เพียงพอ

          นอกจากนี้ยังมีความเชื่อว่า การดื่มน้ำเย็นจะทำให้อาการเจ็บคอแย่ลง ซึ่งไม่เป็นความจริง ความจริงแล้วการดื่มน้ำเย็น หรืออาหารแช่เย็น เช่น ไอศกรีมจะช่วยลดอาการปวด  ลดอาการบวม จากการอักเสบของต่อมทอนซิลได้

          อย่างไรก็ตาม หากมีอาการเป็นหวัดและเจ็บคอจากสาเหตุอื่น ที่ไม่ใช่ต่อมทอนซิลอักเสบ แนะนำให้ดื่มน้ำที่อุณหภูมิปกติจะดีที่สุด

           ดังนั้นก่อนจะเชื่อ หรือแชร์ข้อมูลใด ๆ ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อน ไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้เราเชื่อในสิ่งที่ผิด ๆ จนทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพได้

 

 

 

สนับสนุนโดย กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัย และสร้างสรรค์