อย. จับมือ บก. ปคบ. จับ แหล่งผลิตยาหยอดตาสมุนไพรผิดกฎหมาย

3 Feb 2011 /

ด้วยการให้ความร่วมมือจากผู้บริโภคแจ้งเบาะแสให้ตรวจสอบยาหยอดตาของชมรมร่มเกล้า ที่มีการอวดอ้างสรรพคุณว่าสามารถรักษาโรคตาได้ทุกโรค โดยเฉพาะโรคต้อ และยังจำหน่ายยาต่าง ๆ โดยโฆษณาว่าสามารถรักษาได้สารพัดโรค สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จึงได้ประสานไปยังตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เข้าตรวจสอบบ้านเลขที่ 101 / 105 โซน 1 ถ.ร่มเกล้า แขวงคลองสองต้นนุ่น เขตลาดกระบัง กรุงเทพ ฯ พบว่าเป็นสถานที่ผลิตยาหยอดตาและยาอื่น ๆ ที่ไม่ได้ขออนุญาตผลิตยาให้ถูกต้องตามกฎหมาย จากการตรวจสอบพบยาหยอดตาสมุนไพร ฉลากระบุข้อความ “ชมรมร่มเกล้า” ยาแผนโบราณ (ชนิดขวดพลาสติก) อ้างสรรพคุณว่า รักษาโรคตาทุกชนิด ไม่มีอาการข้างเคียง โดยส่งขายที่ร้านขายยาจีน ย่านเยาวราช มีทั้ง ยาผงบรรจุกระปุกพลาสติกที่อ้างว่ารักษาโรคริดสีดวงทวาร เดือยไก่ ตูดไก่ หงอนไก่ ทุกชนิด เป็นมาแล้ว 10 ปี หรือ 20 ปี ก็หายขาดได้, ยาดมพิมเสนน้ำที่อ้างว่า แก้ลมวิงเวียน หวัด คัดจมูก เมารถ เมาเรือ เคล็ดขัดยอก และยาหม่อง ฉลากระบุข้อความยาหม่องรุ่นพิเศษ อ้างสรรพคุณว่า ใช้รักษาแผลสด เน่าเปื่อย ฯลฯ ซึ่งยาที่ตรวจพบทั้งหมดเป็นยาที่ไม่ได้ขออนุญาตขึ้นทะเบียนตำรับยาจาก อย. โดยจำหน่ายในราคาขวดละ 60-80 บาท นอกจากนี้ ยังตรวจพบถังหมักยา อุปกรณ์ การผลิตและบรรจุ ภาชนะบรรจุที่ใช้ในการผลิตยา รวมของกลางที่ยึดได้ทั้งหมดกว่า 30,000 ขวด รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท
นอกจากนี้ อย. และ บก.ปคบ. ได้ทลายแหล่งผลิต ขายยาสัตว์ และวัตถุอันตรายรายใหญ่ย่านลำลูกกา ที่บ้านเลขที่ 99 / 518 และ 99 / 508 หมู่บ้านเกษมทรัพย์ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า เป็นสถานที่ผลิตยาโดยไม่ได้รับอนุญาต และผลิต / ขายยาสัตว์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน การผลิตยาและวัตถุอันตรายโดยวิธีบรรจุแล้วส่งขายไปยังร้านขายสัตว์เลี้ยงต่าง ๆ โดยเฉพาะตลาดนัดจตุจักร และยังมีการจัดส่งยาและวัตถุอันตรายให้กับลูกค้าทางไปรษณีย์ และยังพบการลงโฆษณาในหนังสือวารสารสำหรับสัตว์ด้วย ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบตัวยาสำคัญ ได้แก่ กลุ่มยาฆ่าเชื้อและยาฆ่าพยาธิ ซึ่งใช้รักษาโรคสัตว์ต่าง ๆ เช่น ท้องเสีย บิด ถ่ายพยาธิ เป็นต้น อาทิ ยาไอเวอร์เมคติน ยาซัลฟาเมทาโซน ยาเอ็นโรฟล๊อกซาซิน และยาปิเปอราซิน ซิเตรท กลุ่มยาฆ่าเชื้อทางผิวหนัง เช่น ยาโพวิโดน ไอโอดีน กลุ่มยาคุมสำหรับสัตว์ เช่น ยาเมทดรอกซีโปรเจสเตอโรน รวมทั้งพบผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายกำจัดเห็บหมัด เช่น ดีทิค อี-ทิค และทิค ฟรี ที่เข้าข่ายเป็นวัตถุอันตราย ซึ่งอาจจัดเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 หรือ 3 โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวจะต้องขึ้นทะเบียนและแจ้งการดำเนินการหรือขออนุญาต ทั้งนี้ ได้มีการยึดยาสัตว์และวัตถุอันตรายที่ผิดกฎหมาย ยึดสติ๊กเกอร์ ฉลากยาวัตถุอันตราย ขวด กล่องบรรจุผลิตภัณฑ์ แผ่นพับ ใบแทรกเอกสารกำกับยา ที่ยังไม่ได้ขออนุญาตการโฆษณาจาก อย. คิดเป็นมูลค่าของกลางประมาณ 5 ล้านบาท นอกจากนี้ ได้นำยาและวัตถุอันตรายส่งตรวจวิเคราะห์ที่กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อหาสารต้องห้าม และหาตัวยาสำคัญต่อไป
สำหรับการดำเนินการตามกฎหมาย อย. ได้นำผู้ต้องหา (นายศุภชัย สินเจริญ) กระทำความผิดกรณีลักลอบผลิตยาหยอดตาสมุนไพรผิดกฎหมาย ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีในข้อหา
1. ผลิตและขายยาแผนโบราณโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 5,000 บาท
2. ขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. โฆษณาขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต และกล่าวอ้างว่า สามารถบัด บรรเทา รักษาโรค ที่รัฐมนตรีห้ามตามประกาศ ฯ ต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท
ส่วนกรณีแหล่งผลิต ขายยาสัตว์ วัตถุอันตรายผิดกฎหมายรายใหญ่ ย่านลำลูกกา อย. ได้แจ้งข้อหา
1. ผลิตและขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท
2. ผลิตหรือขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3. กรณีครอบครองวัตถุอันตรายที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง หากเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ผู้จำหน่ายจะถูกระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ และหากพบว่าเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 2 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค อย. ขอให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้ยาสมุนไพร ยาสำหรับสัตว์ และวัตถุอันตราย โดยเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมายจาก อย. อย่าได้หลงเชื่อโฆษณายาหยอดตา ไม่ว่าจะเป็นยาหยอดตาสมุนไพร ยาหยอดตาทั่วไป ที่มีการโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณเกินจริงว่าสามารถรักษาโรคทางตาได้ทุกโรค หรือยาแผนโบราณต่าง ๆ ที่อวดอ้างรักษาสารพัดโรค เพราะนอกจากจะเป็นอันตรายที่อาจคาดไม่ถึงแล้ว ผู้ป่วยยังอาจเสียโอกาสในการรักษาโรค เสียเงินเสียทองเปล่า ๆ อีกด้วย หากจำเป็นต้องใช้ยาใด ๆ รักษาโรคควรปรึกษาแพทย์ หรือ เภสัชกร ก่อนใช้ยาทุกครั้ง และในกรณียาสำหรับสัตว์ควรใช้ภายใต้การควบคุมและกำกับดูแลของ สัตวแพทย์ชั้นหนึ่ง หรือต้องมีใบสั่งยาจากสัตวแพทย์ชั้นหนึ่งในกรณีที่คาดว่าจะเป็นอันตราย ทั้งนี้ หากผู้บริโภคพบเห็นผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ไม่ได้ผ่านการขออนุญาตจาก อย. หรือ การโฆษณาหลอกลวงผู้บริโภค สามารถร้องเรียนแจ้งเบาะแสมายังสายด่วน อย. 1556 หรืออีเมล [email protected] หรือส่งจดหมายมาที่ ตู้ ปณ. 1556 ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุข จ. นนทบุรี 11004 หรือ เดินทางมาร้องเรียนด้วยตัวเองพร้อมตัวอย่างผลิตภัณฑ์ได้ที่ ศูนย์เฝ้าระวังและรับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์สุขภาพ อย. อาคาร 1 ชั้น 1 ได้ทุกวัน ในเวลาราชการ