ภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD

12 Sept 2018 / 9

เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมของโครโมโซม X มักพบในเพศชาย ซึ่งการขาดเอนไซม์ G6PD ทำให้เม็ดเลือดแดงแตกง่าย ดังนั้น ในผู้ที่มีภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD นั้น ควรระมัดระวังทั้งในเรื่องของการรับประทานอาหาร การรับประทานยา อาหารเสริม หรือสมุนไพรต่าง ๆ ที่จะเพิ่มความเสี่ยงทำให้เม็ดเลือดแดงแตกได้

รายชื่อยาที่ห้ามใช้ในผู้ป่วยภาวะพร่องเอนไซม์ G6PD

1. กลุ่มยาแก้ปวด ลดไข้ ได้แก่ Aspirin, Aminopyrine, Dipyrone(Metamizole), Phenacetin

2. กลุ่มยารักษาโรคมาลาเรีย ได้แก่ Chloroquine, Quinine, Primaquine, Hydroxychloroquine

3. กลุ่มยาปฏิชีวนะ ได้แก่ ยากลุ่ม Quinolone, Nitroturan, Chloramphenical

4. กลุ่มยาเคมีบำบัด เช่น Doxorubicin

4. ยากลุ่มซัลฟา เช่น Dapsone, Co-trimoxazole

5. ยาโรคหัวใจ และหลอดเลือด ได้แก่ Procainamide, Quinidine และDopamine

6. อื่น ๆ ได้แก่ Vitamin C, Vitamin K (Menadione, Phytomenadione), Methylene blue, Toluidine blue, สารหนู และ Naphthalene

 

อาหาร ที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ ถั่วปากอ้า ไวน์แดง พืชตระกูลถั่ว บลูเบอรี่ ถั่วเหลือง

สารเคมีที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ โทนิค (tonic) โซดาขิง การบูร

การปฏิบัติตัว

1. ไม่ควรซื้อยา อาหารเสริม หรือสมุนไพรกินเอง

2. เมื่อมีอาการซีด เหลือง หรือปัสสาวะสีเข้มขึ้น (สีน้ำโคล่า) ควรรีบไปพบแพทย์

3. หลีกเลี่ยงการรับประทานถั่วปากอ้า ไวน์แดง พืชตระกูลถั่ว บลูเบอรี่ ถั่วเหลือง

4. หลีกเลี่ยงการสูดดมลูกเหม็น การบูร

5. แจ้งแพทย์ทุกครั้งว่ามีภาวะพร่อง G6PD พร้อมกับแสดงบัตรประจำตัวที่โรงพยาบาลออกให้ ภายในบัตรจะระบุชื่อยาและสารเคมีที่ต้องหลีกเลี่ยง