News Update - oryor.com 

News Update

เปิดศักราชใหม่ปีงบ 2561 อย. 4.0 สานพลังประชารัฐ ส่งเสริมภาคเอกชนผลิตยาฉีดแก้ปวดในไทย เพิ่มการเข้าถึงยาของผู้ป่วย สร้างรายได้จากการส่งออกในอนาคต

วันที่สร้าง : 02-10-2017

          อย. 4.0 สนองนโยบายรัฐบาล ส่งเสริมภาคเอกชนตามแนวทางประชารัฐให้ไทยสามารถผลิตยา“เฟนตานีลซิเทรท รูปแบบฉีด”ใช้เองเป็นครั้งแรกนวัตกรรมการผลิตยาดังกล่าวจะเพิ่มการเข้าถึงยาของผู้ป่วยได้ทั่วถึงมากขึ้นโดยร่วมมือกับ บ.สยามไบโอไซเอนซ์ จก. ลงนามบันทึกข้อตกลง MOUร่วมมือทางวิชาการ เพื่อพัฒนานวัตกรรมศึกษาวิจัยพัฒนาเพื่อการผลิตวัตถุเสพติดที่หมดสิทธิบัตร ทดแทนการนำเข้าประหยัดงบประมาณของประเทศ

          วันนี้ (2 ตุลาคม 2560) ณ ห้องประชุมชัยนาทนเรนทร ชั้น 1 อาคารสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล  สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ด้านวิชาการและการวิจัยพัฒนาเพื่อส่งเสริมการผลิตวัตถุเสพติดที่หมดสิทธิบัตรใช้เองภายในประเทศระหว่างสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัดโดยมี นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และนพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา พร้อมด้วยท่านอาจารย์เสนาะ อูนากูล ประธานกรรมการ , นายอภิพรภาษวัธน์ ประธานกรรมการบริหาร , นายทรงพล  ดีจงกิจ กรรมการผู้จัดการและนายธวัชชัย พิเศษกุล กรรมการ บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ร่วมลงนาม ศ.คลินิก เกียรติคุณ นพ.ปิยะสกล สกลสัตยาทร  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่าตามที่รัฐบาลได้ประกาศนโยบายไทยแลนด์ 4.0 ที่เน้นการขับเคลื่อนประเทศด้วยนวัตกรรมกระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายสนับสนุนให้มีการวิจัยและพัฒนาการผลิตยาขึ้นใช้เองในประเทศเพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศสามารถเข้าถึงยารักษาโรคได้อย่างเท่าเทียม นั้นกลุ่มเงินทุนหมุนเวียนยาเสพติด สำนักงาคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)ซึ่งเป็นหน่วยงานกองทุนหมุนเวียน ภายใต้ อย.มีภารกิจในการจัดหายาสำเร็จรูปและนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศเพื่อมาผลิตใช้ภายในประเทศได้สนองต่อนโยบายดังกล่าวในการส่งเสริมสนับสนุนภาคเอกชนที่มีความพร้อมและมีศักยภาพสามารถผลิตยาได้เองในประเทศโดยใช้กลไกประชารัฐ ซึ่งเป็นการสานพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐภาคเอกชนและภาคประชาสังคมเพื่อขับเคลื่อนการปฏิรูประบบสุขภาพให้คนไทยมีโอกาสเข้าถึงยาและบริการสาธารณสุขที่เท่าเทียมและทันต่อการรักษาโดยความร่วมมือกันระหว่าง อย. และบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัดจึงเป็นการบุกเบิกอุตสาหกรรมผลิตยาภายในประเทศซึ่งจะทำให้ภาครัฐสามารถประหยัดงบประมาณในการนำเข้าวัตถุเสพติดสำเร็จรูปจากต่างประเทศรวมทั้งช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายด้านยาและค่ารักษาของประเทศอย่างมหาศาลต่อปีและในอนาคตหากสามารถขยายการผลิตสู่การส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านก็จะสามารถนำรายได้เข้าประเทศได้อีกส่วนหนึ่ง นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อไปว่า สำหรับโครงการแรกตามบันทึกข้อตกลง จะดำเนินการวิจัยและพัฒนาสูตรเพื่อการผลิตยาเฟนตานีลซิเทรท แบบฉีด (Fentanyl citrate injection) ซึ่งเป็นยาเสพติดให้โทษในกลุ่มโอปิออยด์ที่มีการใช้ในปริมาณมาก และมีแนวโน้มสูงขึ้น ใช้บรรเทาอาการปวดปานกลางถึงรุนแรงเป็นทางเลือกให้กับแพทย์สั่งใช้แก่ผู้ป่วยในกรณีที่แพ้ยามอร์ฟีน เพทติดีน รวมทั้งสามารถใช้ร่วมกับยาระงับความรู้สึกเพื่อการผ่าตัดตลอดจนใช้บรรเทาอาการปวดหลังผ่าตัด ซึ่งในขณะนี้ยังต้องนำเข้ายาดังกล่าวมาจากต่างประเทศทั้งหมดซึ่งหากประเทศไทยสามารถผลิตได้เอง จะทำให้มีราคาถูกลงลดขั้นตอนและระยะเวลาการนำเข้าลดความเสี่ยงของการเกิดการขาดแคลนยาจากปัจจัยต่าง ๆรวมทั้งลดการสูญเสียเงินตราไปยังต่างประเทศ อันจะนำพาประเทศชาติไปสู่ “ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ต่อไป

          นายอภิพร ภาษวัธน์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัดได้กล่าวถึงความพร้อมในส่วนของการวิจัย พัฒนาและผลิตยาในกลุ่มนี้ว่าบริษัทฯ ได้มีทีมงานที่จะพัฒนาสูตร พัฒนาการผลิตและพัฒนาการวิเคราะห์ยากลุ่มนี้ โดยเป็นทีมงานที่มีประสบการณ์ตรงกับยาฉีดนอกจากนี้ บริษัทฯ ร่วมกับบริษัทเอเพ็กซ์เซล่า จำกัดซึ่งเป็นผู้ประสานงานในการจัดหาวัตถุดิบและยาต่าง ๆ ได้เจราจากับบริษัทชั้นนำของประเทศเยอรมนีที่จะให้การช่วยเหลือทางเทคนิคและต่อยอดผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้เพิ่มเติม ทั้งนี้ บริษัทฯ ดังกล่าวเป็นบริษัทที่มีผลิตภัณฑ์ยาที่ได้มาตรฐานยุโรปและได้มีการใช้กับผู้ป่วยมาเป็นระยะเวลานานทั้งนี้โรงงานก็ได้เตรียมพื้นที่ผลิตไว้พร้อมสำหรับรองรับการผลิตยาในกลุ่มนี้เพื่อจะสามารถนำงานวิจัยและพัฒนามาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อพร้อมจำหน่ายได้ในไม่ช้าเพื่อตอบโจทย์สุขภาพของประเทศ และได้เตรียมศักยภาพไว้เพียงพอต่อการส่งออกสร้างมูลค่าเศรษฐกิจให้แก่ประเทศอีกทางหนึ่งด้วย