News Update - oryor.com 

News Update

อย. เลิศ ปฏิบัติการลดภัยร้ายจากเชื้อดื้อยาที่คร่าชีวิตคนไทยปีละ 38,000 คนจัดให้มีโครงการ ชั่งใจก่อนใช้ยา รณรงค์การใช้ยาสมเหตุผล

วันที่สร้าง : 22-03-2018

          อย. 4.0 พาชาติให้เข้มแข็ง รุกแก้วิกฤตปัญหาเชื้อดื้อยา หลังพบผู้เสียชีวิตจากเชื้อดื้อยาประมาณปีละ 38,000 คน รุดขยายฐานการรับรู้ของประชาชน มิให้ตกเป็นเหยื่อการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างพร่ำเพรื่อ จัดให้มีโครงการชั่งใจก่อนใช้ยา เลือกใช้สื่อต่าง ๆ ให้เข้าถึงประชาชน เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ความรู้การใช้ยาปฏิชีวนะอย่างปลอดภัย รณรงค์การใช้ยาสมเหตุผล เช่น สื่อผ่าน BUS Media เผยแพร่ความรู้ในรถประจำทางสาธารณะ      ปรับอากาศ เริ่มวิ่งพร้อมกัน 30 คัน ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคม จนสิ้นสุดเดือนพฤษภาคม 2561 หวังให้คนไทย มีสุขภาพแข็งแรง สู่สังคมสุขภาพดีต่อไป

          วันนี้ (21 มีนาคม 2561) ณ ตึกสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า ปัจจุบันปัญหาการดื้อยาต้านจุลชีพของเชื้อแบคทีเรียได้ทวีความรุนแรงและมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยาต้านจุลชีพที่ในอดีตเคยใช้ได้ผลกลับใช้ไม่ได้ผล นั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตระหนักถึงวิกฤตปัญหาเชื้อดื้อยาดังกล่าว เนื่องจากส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนไทย ซึ่งการประมาณการในปัจจุบันพบผู้เสียชีวิตจากเชื้อดื้อยาทั่วโลกปีละประมาณ 700,000 คน และหากไม่เร่งแก้ไขปัญหา คาดว่าในปี พ.ศ. 2593 การเสียชีวิตจากเชื้อดื้อยาจะสูงถึง 10 ล้านคน สำหรับประเทศไทยการประมาณการเบื้องต้นคาดว่ามีการติดเชื้อดื้อยาประมาณปีละ 88,000 ครั้ง เสียชีวิตจาก เชื้อดื้อยาปีละประมาณ 38,000 คน ทั้งนี้ คิดเป็นการสูญเสียทางเศรษฐกิจโดยรวมสูงถึง 4.2 หมื่นล้านบาท โดย นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้ความสำคัญกับปัญหานี้ พร้อมปักหมุด...หยุดเชื้อดื้อยา และจัดให้มีคณะกรรมการนโยบายการดื้อยาต้านจุลชีพแห่งชาติ เพื่อจัดทำยุทธศาสตร์จัดการการดื้อยาต้านจุลชีพประเทศไทย ปี พ.ศ. 2560 – 2564 ในส่วนของ อย. ได้จัดให้มีโครงการ “ชั่งใจก่อนใช้ยา ธีม....ลดภัยร้ายเชื้อดื้อยา ปวงประชาสุขภาพดี” เพื่อมุ่งหวังให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้ยาอย่างปลอดภัย ตระหนักถึงอันตรายจากการใช้ยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อ และให้ประชาชนใช้ยาอย่างสมเหตุผล ไม่ว่าจะเป็น ยาปฏิชีวนะ ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสด(NSAID) โดยกิจกรรมหนึ่งในโครงการคือการผลิตข้อมูลเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผ่าน BUS Media จำนวน 3 แบบ ได้แก่ “ยาปฏิชีวนะ ใช้ถูกเป็นมิตร ใช้ผิดเป็นภัย” “โรคนี้หายเองได้ กินยาปฏิชีวนะไป ไร้ประโยชน์” และ “ใช้ยาปฏิชีวนะพร่ำเพรื่อ ตกเป็นเหยื่อ “เชื้อดื้อยา”” โดยจะติดโปสเตอร์ภายในรถโดยสารประจำทางสาธารณะที่มีเส้นทางเดินรถต้นทาง – ปลายทาง ระหว่างกรุงเทพฯ และเขตปริมณฑล ให้ครอบคลุมมากที่สุด  จำนวน 7 สาย รวม 30 คัน ได้แก่ สาย ปอ.29 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ศูนย์รังสิต) – หัวลำโพง  สาย ปอ.40 ลำสาลี – สายใต้เก่า  สาย ปอ.27 มีนบุรี – อนุสาวรีย์ชัยฯ  สาย ปอ.203/1 อตก. – สนามหลวง  สาย ปอ.522 รังสิต – อนุสาวรีย์ชัยฯ  สาย ปอ.558 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ – เซ็นทรัลพระราม 2 และสาย ปอ.18/1 ท่าอิฐ – อนุสาวรีย์ชัยฯ ซึ่งจะเริ่มวิ่งพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 31 พฤษภาคม 2561 เป็นระยะเวลา 3 เดือน โดย อย. หวังว่าผู้โดยสารรถประจำทางสายดังกล่าวจะได้รับข้อมูลความรู้เกี่ยวกับการใช้ยาปฏิชีวนะที่ถูกต้องสมเหตุผล โดยสามารถสแกน QR CODE บนโปสเตอร์ใดโปสเตอร์หนึ่ง ก็จะได้รับข้อมูลทั้ง 3 แบบเก็บไว้ในโทรศัพท์ สำหรับเปิดอ่านข้อมูลได้ตลอดเวลา และส่งต่อข้อมูลไปยังครอบครัว คนรอบข้าง ให้รู้ถึงอันตรายจากการใช้ยาปฏิชีวนะ และการใช้ยาอย่างสมเหตุผล

          นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ภายในโครงการยังได้จัดทำสาระข้อมูลที่เป็นประโยชน์ให้ประชาชนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้ยาปฏิชีวนะอย่างปลอดภัย ไม่เกิดเชื้อดื้อยา และจัดทำสกู๊ปที่มีเรื่องราวของผู้ที่ใช้ยาแก้ปวดกลุ่มเอ็นเสดอย่างพร่ำเพรื่อและไม่สมเหตุผล จนถึงขั้นเสียชีวิตในที่สุด สอดแทรกเนื้อหาในรายการโทรทัศน์  รวมทั้งจัดทำ Motion Infographic เรื่อง ยาปฏิชีวนะหากใช้ผิด เกิดวิกฤตเชื้อดื้อยา เผยแพร่ทางสถานีโทรทัศน์ ทางเคเบิ้ลท้องถิ่น และทาง YouTube FDA Channel ตลอดจนจัดทำสปอตวิทยุ เรื่อง ถูกโรค ปลอดภัย...ชั่งใจก่อนใช้ยาปฏิชีวนะ เผยแพร่ทาง FM 95 ลูกทุ่งมหานคร อีกทั้งยังผลิตโปสเตอร์และสติกเกอร์สุญญากาศ สำหรับเผยแพร่ในโรงพยาบาลและร้านขายยาทั่วประเทศ ซึ่งสื่อต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดปัญหาภัยร้ายแรงจากเชื้อดื้อยา และรณรงค์ให้มีการใช้ยาอย่างสมเหตุผล อย่างไรก็ตาม อย. ขอให้ประชาชนเข้าใจ หากไปพบแพทย์ เภสัชกร พยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ แล้วไม่จ่ายยาปฏิชีวนะให้ อย่าได้เข้าใจผิดและเรียกร้องขอยาปฏิชีวนะ เพราะเป็นการกดดันแพทย์ทำให้การรักษาคลาดเคลื่อนจากหลักวิชาการ ที่สำคัญ อย่าซื้อยาชุดกินเองหรือขอแบ่งปันหรือกินยาปฏิชีวนะตามคำแนะนำของบุคคลอื่น เพราะอาจมีผลทำให้เชื้อแบคทีเรียสร้างภูมิคุ้มกันและทำให้ดื้อยาได้ นอกจากนี้ขอให้ประชาชนอย่าใช้ยาแก้ปวดโดยไม่จำเป็น  โดยเฉพาะยากลุ่มเอ็นเสด เพราะจะทำให้เกิดอันตรายต่อ ตับ ไต และหัวใจ จนถึงขั้นเสียชีวิตได้  ทั้งนี้ อย. พร้อมที่จะเดินหน้ารณรงค์ให้เกิดการใช้ยาอย่างสมเหตุผลต่อไป เพื่อสุขภาพที่ดีของชาวไทย และระบบสาธารณสุขไทยยั่งยืน