News Update - oryor.com 

News Update

อย. ส่งเสริมนวัตกรรมการผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพ สนองนโยบายรัฐ ยกระดับอุตสาหกรรมไทย

วันที่สร้าง : 25-01-2017

          อย. ส่งเสริมผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์สุขภาพให้หันมาผลิตสินค้าและให้บริการสินค้าที่เป็นนวัตกรรมมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์ ยกระดับอุตสาหกรรมไทย ประชาชนได้ผลิตภัณฑ์สุขภาพหลากหลายที่มีคุณภาพมาตรฐานด้วยฝีมือคนไทย เผยด้านการส่งเสริมนวัตกรรมด้านเครื่องมือแพทย์ ปัจจุบันมีขึ้นบัญชีนวัตกรรม 6 ราย 9 ผลิตภัณฑ์ พร้อมเดินหน้าส่งเสริมผู้ประกอบการด้านเครื่องมือแพทย์อย่างต่อเนื่อง

          นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากการที่รัฐบาลมีนโยบายให้ความสำคัญต่อการวิจัย การพัฒนาต่อยอดผลการวิจัย และการสร้างนวัตกรรมภายในประเทศ เพื่อนำไปสู่การผลิตผลิตภัณฑ์และบริการที่ทันสมัย ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้สนองนโยบายรัฐบาลในเรื่องดังกล่าว โดยได้เร่งผลักดันส่งเสริมผลงานนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพให้ขึ้นทะเบียนบัญชีนวัตกรรมกับสำนักงบประมาณ ในส่วนของเครื่องมือแพทย์ อย. ได้ส่งเสริมให้ผู้วิจัยและผู้ประกอบการให้สร้างผลงานใหม่ ๆ ที่เป็นนวัตกรรม ด้วยการจัดทำโครงการและกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้และคำปรึกษาแก่ผู้วิจัย รวมทั้งการร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันให้เกิดนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ที่มีคุณภาพ มาตรฐานและความปลอดภัย เช่น สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) , สำนักงานคณะกรรมการนโยบายวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งชาติ (สวทน.),ศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) (TCEL) และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เป็นต้น นอกจากนี้ อย. ยังได้จัดกิจกรรมลงพื้นที่ให้ความรู้และคำปรึกษาแก่นักวิจัยในส่วนภูมิภาค
โดยในปีที่ผ่านมาได้สัญจรไปภาคใต้เพื่อสนับสนุนนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนวัตกรรมที่ใช้ยางพาราเป็นวัตถุดิบ รวมทั้งมีการจัดประชุมระหว่างผู้ผลิตและนักประดิษฐ์นวัตกรรมหรือนักวิจัยด้านเครื่องมือแพทย์อันเป็นโครงการนำร่องส่งเสริมงานวิจัยเครื่องมือแพทย์เพื่อต่อยอดเชิงพาณิชย์ ตลอดจนการจัดทำโครงการสำรวจและพัฒนาห้องปฏิบัติการทดสอบด้านเครื่องมือแพทย์ เพื่อสนับสนุนและรองรับการพัฒนานวัตกรรมและอุตสาหกรรมด้านเครื่องมือแพทย์ของไทย อีกทั้งในปีที่ผ่านมา อย.ได้ลงนามข้อตกลงร่วมมือกับ สวทช. ด้านการวิจัยพัฒนา การประเมินสมรรถนะการทำงานความปลอดภัย และการตรวจสอบหรือตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ ซึ่งสวทช. มีศูนย์ทดสอบผลิตภัณฑ์ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ (PTEC) เป็นห้องปฏิบัติการทดสอบผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์ประเภทไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ปัจจุบันมีผู้ประกอบการเครื่องมือแพทย์ขึ้นบัญชีนวัตกรรมจำนวน 6 ราย ได้แก่ (1) บ.ออโธพีเซีย จก. ผลิตนวัตกรรมชุดดามกระดูกภายนอกบริเวณข้อศอกชนิดปรับมุมและปรับยึดได้,  โลหะยึดในโพรงกระดูกมือหรือเท้าชนิดมีรูล็อก, แผ่นโลหะดามกระดูกชนิดมีหัวสกรูพยุงและสกรูยึดแผ่นโลหะชนิดหัวสกรูมีเกลียว และโลหะดามกระดูกสันหลัง, (2) บ.ไอเมดลาบอราทอรี่ จก. ผลิตชุดตรวจคัดกรองโรคธาลัสซีเมีย ชนิดแอลฟ่า ,(3) บ.ไทย เด็นทอล อินเตอร์เนชั่นแนล จก. ผลิตยูนิตทำฟัน (4) บ. พีดับบลิว พลัส จก. ผลิตรากฟันเทียม(5) บ.พีทีเอส เมดิคอล จก. ผลิต PTS Pedicular Screw Fixation – Rod System และ (6) ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ สวทช.ผลิตวัสดุฝังในบริเวณกะโหลกศีรษะและใบหน้าเฉพาะบุคคล

          ทั้งนี้ อย. จะเดินหน้าส่งเสริมผู้ประกอบการและนักวิจัยด้านนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์อย่างต่อเนื่อง ซึ่งได้มีการทำแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยมีโครงการให้คำปรึกษาด้านเครื่องมือแพทย์ตั้งแต่  กระบวนการศึกษาวิจัยในระยะต่างๆ จนถึงการเตรียมเอกสารเพื่อขอขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์กับ อย.ได้อย่างถูกต้อง รวมถึงการพัฒนาห้องปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง การจัดทำมาตรฐานเพื่อรองรับนวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ และจัดทำช่องทาง Fast Track ในการขอจดทะเบียนสถานประกอบการผลิตและขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์เครื่องมือแพทย์นวัตกรรมอีกด้วย

           เลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อไปว่า เพื่อให้สื่อมวลชนได้ศึกษานวัตกรรมผลงานของคนไทยในการผลิต ฟันปลอม ในวันที่ 24 มกราคม อย. จึงได้นำสื่อลงพื้นที่ ณ บริษัท เอ็กซา ซีแลม จำกัด ต.สันพระเนตร อ. สันทราย จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นสถานที่ผลิตฟันปลอมและผลิตภัณฑ์ที่ใช้ทางทันตกรรมแบบครบวงจร ได้แก่ ฟันปลอมแบบติดแน่น , ฟันปลอมถอดได้งานโลหะและงานพลาสติก รวมทั้งงานจัดฟันและเครื่องมือจัดฟันประเภทต่าง ๆ โดยเป็นการผลิตตามใบสั่งของทันตแพทย์สำหรับผู้ป่วยเฉพาะราย มีมูลค่าทางการตลาดต่อปีราว 200 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์ส่งออกไปยังประเทศแถบยุโรปและอาเซียน เปิดดำเนินการมานานกว่า 16 ปี มีศูนย์กลางอยู่ที่ จ.เชียงใหม่ และขยายสาขาไปอีก 8 สาขา ได้แก่ เชียงราย พิษณุโลก กรุงเทพ นครสวรรค์ อุดรธานี อุบลราชธานี ชลบุรี และกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา ได้รับรางวัลนวัตกรรมดีเด่นทางภาคเหนือ
ปี 2549 พร้อมกับอีกหลายรางวัลทางด้านนวัตกรรมและคุณภาพ