News Update - oryor.com 

News Update

ทุกภาคส่วนร่วมขับเคลื่อนการจัดการสารเคมีไทย ให้ปลอดภัย สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

          อย. ร่วมกับ กรมวิชาการเกษตร กรมควบคุมมลพิษ กรมโรงงานอุตสาหกรรม และภาคีที่เกี่ยวข้องจัดประชุมวิชาการระดับชาติ เพื่อการจัดการสารเคมี ครั้งที่ 1 ภายใต้ Theme “ร่วมขับเคลื่อนการจัดการสารเคมีไทยให้ปลอดภัย สู่การพัฒนาที่ยั่งยืน” เพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะวิชาการ จัดทำข้อเสนอเชิงนโยบายการจัดการสารเคมีของประเทศ เพื่อลดผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

          พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองนายกรัฐมนตรี ประธานกรรมการแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนายุทธศาสตร์การจัดการสารเคมี เปิดเผยว่า ประเทศไทยเริ่มมีการจัดการสารเคมีเป็นระบบเมื่อปี 2540 ภายใต้แผนแม่บทพัฒนาความปลอดภัยด้านสารเคมี ฉบับที่ 1 (พ.ศ.2540 - 2545) ปัจจุบันยกระดับเป็นแผนยุทธศาสตร์การจัดการสารเคมีแห่งชาติ ฉบับที่ 4 (พ.ศ.2555 - 2564) โดย 4 กระทรวงหลักและภาคีเครือข่าย เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการจัดการสารเคมีของประเทศให้เป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกับนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ Thailand 4.0 ของรัฐบาลที่ส่งเสริมให้นำเทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรม มาใช้ในการผลิตสินค้ากลุ่มต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การลดผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมจากสารเคมีที่มีความเสี่ยงสูง ในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข มีนโยบายส่งเสริมให้ประชาชนมีสุขภาพแข็งแรง  ลดความเสี่ยงอันตรายจากสารเคมีที่เสี่ยงสูง โดยขับเคลื่อนนโยบาย “อาหารปลอดภัย : food safety” ให้ประชาชนทั่วไปมีสุขภาพดี     ถ้วนหน้า และนโยบาย “โรงพยาบาลอาหารปลอดภัย : food safety hospital” สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ภายในปี 2561 โดยสนับสนุนให้โรงพยาบาลร่วมกับกลุ่มเกษตรกรจัดหาพืช ผัก ผลไม้ที่ปลอดภัย หรือเกษตรอินทรีย์ ส่งให้โรงพยาบาลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อนำไปปรุงเมนูอาหารให้ผู้ป่วยในที่รักษาและฟื้นฟูสุขภาพในโรงพยาบาล ซึ่งภารกิจสำคัญของกระทรวงทั้งมิติเชิงการป้องกัน การสร้างเสริม และการรักษา

          กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตร มีนโยบายยกระดับมาตรฐานการเกษตรสู่ความยั่งยืนตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ยกระดับสินค้าเกษตรปลอดภัยตามมาตรฐานการเกษตรที่ดีและเหมาะสม (GAP) เพิ่มพื้นที่เกษตรอินทรีย์ ลดการใช้สารเคมี และตรวจเข้มงวดการจำหน่ายสารเคมีที่ไม่ได้คุณภาพ

          กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมควบคุมมลพิษ ดำเนินงานความร่วมมือระหว่างประเทศด้านสารเคมีและของเสียตามอนุสัญญาต่าง ๆ  ได้แก่ อนุสัญญารอตเตอร์ดัมว่าด้วยกระบวนการแจ้งข้อมูลสารเคมีล่วงหน้าสำหรับสารเคมีอันตรายและสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์บางชนิดในการค้าระหว่างประเทศ อนุสัญญาสตอกโฮล์มว่าด้วยสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน อนุสัญญาบาเซลว่าด้วยการควบคุมเคลื่อนย้ายข้ามแดนของเสียอันตรายและการกำจัด และอนุสัญญามินามาตะว่าด้วยปรอท เพื่อคุ้มครองสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งบริหารจัดการมลพิษจากซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

         กระทรวงอุตสาหกรรม โดยกรมโรงงานอุตสาหกรรม พัฒนาศูนย์ข้อมูลวัตถุอันตรายให้เป็นศูนย์กลางประสานงานกับภาครัฐและเอกชนเรื่องข้อมูลวัตถุอันตราย เพื่อให้บริการข้อมูล  พัฒนาระบบฐานข้อมูลกลางเพื่อเชื่อมโยงข้อมูลสารเคมีระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกำกับดูแลการประกอบธุรกิจอุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน  

          ในวันนี้ (19 กรกฎาคม 2560) จึงจัดการประชุมวิชาการระดับชาติ เพื่อการจัดการสารเคมี ครั้งที่ 1  ณ โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ  โดยมีเครือข่ายภาครัฐ ภาควิชาการ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชนทั่วไปเข้าร่วมประชุม ภายในงานมีวีดิทัศน์สารเกี่ยวกับการจัดการสารเคมียุค Thailand 4.0 โดยคณะกรรมการบริหารแผนยุทธศาสตร์การจัดการสารเคมีแห่งชาติ จากรองนายกรัฐมนตรีและของรัฐมนตรี 4 กระทรวง คือ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงอุตสาหกรรม  นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมสำคัญอื่น ๆ ได้แก่ ปาฐกถาพิเศษเรื่อง “การเชื่อมโยงการจัดการสารเคมีของประเทศ สู่ SDGs และ SAICM” การอภิปรายเรื่อง “การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การจัดการสารเคมี จากแนวคิดสู่การปฏิบัติ” การอภิปรายเรื่อง “บทเรียนความสำเร็จการจัดการสารเคมีสู่การปฏิบัติจริง หรือ best practice”  การนำเสนอผลงานวิชาการ หรือ best practice การแสดงนิทรรศการ และบูธจากหน่วยงานในประเทศและองค์กรระหว่างประเทศ

          รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในตอนท้ายว่า หวังเป็นอย่างยิ่งว่า การจัดการสารเคมีของประเทศ Thailand 4.0 จะทำให้ประชาชนมีสุขภาพดี อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีคุณภาพ โดยการลดความเสี่ยงจากการใช้สารเคมีที่มีความเสี่ยงสูง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน