News Update - oryor.com 

News Update

อย. ยืนยัน สารกันเสียในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว ไม่เป็นอันตรายหากใส่ในปริมาณที่กำหนด

          อย. ยืนยัน สารกันเสียในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวไม่เป็นอันตราย ย้ำผู้ประกอบการตรวจสอบปริมาณที่สามารถใส่ได้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เตือนผู้บริโภคที่ผิวแพ้ง่ายอ่านฉลากก่อนเลือกซื้อผลิตภัณฑ์เพื่อความปลอดภัย

          เภสัชกรสมชาย ปรีชาทวีกิจ ปฏิบัติหน้าที่รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตามที่มีการส่งต่อข้อมูลเรื่องสารตกค้างในผลิตภัณฑ์ดูแลผิว 4 ชนิด ได้แก่ ไตรโคลซาน (Triclosan), เมทิลไอโซไทอะโซลิโนน (Methylisothiazolinone), พาราเบน (Parabens) และ โซเดียมลอริลซัลเฟต (Sodium Lauryl Sulfate) เป็นสารที่ต้องระวังเนื่องจากอาจก่อให้เกิดอันตรายนั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ( อย. ) ขอชี้แจงข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวว่า อย. ได้มีการทบทวนติดตามมาตรฐานการใช้   ของสารไตรโคลซาน เมทิลไอโซไทอะโซลิโนน และสารกลุ่มพาราเบน ซึ่งจัดเป็นสารกันเสีย ยังอนุญาตให้ใช้   ในเครื่องสำอางได้ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง วัตถุกันเสียที่อาจใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง พ.ศ.2560 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2560 ซึ่งในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนและสหภาพยุโรปก็ได้กำหนดปริมาณและเงื่อนไขการใช้เช่นเดียวกับประเทศไทย โดยกำหนดชนิดและความเข้มข้นสูงสุดที่อนุญาตให้ใช้ได้ นอกจากนี้ สารกันเสียบางรายการได้ถูกกำหนดเงื่อนไขการใช้ เช่น เครื่องสำอาง       ที่อนุญาตให้ใช้สารไตรโคลซานเป็นสารกันเสียในความเข้มข้นไม่เกิน 0.3% ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด   ที่ใช้แล้วล้างออก (ยาสีฟัน สบู่เหลว แชมพู ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเล็บก่อนทำเล็บเทียม ผลิตภัณฑ์         ทำความสะอาดผิวหน้า), ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย (ไม่ใช่รูปแบบสเปรย์), แป้งทาหน้า และผลิตภัณฑ์ปกปิดริ้วรอยเฉพาะที่ (Blemish concealers) ในกรณีที่ใช้ในช่องปากจะใช้ได้ไม่เกิน 0.2% ส่วนสารกลุ่มพาราเบน แบ่งได้เป็น 2 ชนิด คือ สารพาราเบนที่มีความเสี่ยงสูงอาจก่อให้เกิดมะเร็ง ได้แก่ สารไอโซโพรพิลพาราเบน (Isopropylparaben), ไอโซบูทิลพาราเบน (Isobutylparaben), ฟีนิลพาราเบน (Phenylparaben), เบนซิลพาราเบน (Benzylparaben) และเพนทิลพาราเบน (Pentylparaben) ซึ่งได้ถูกจัดให้เป็นสารห้ามใช้ ในเครื่องสำอางแล้ว และสารพาราเบนตัวอื่น ๆ ที่จัดเป็นสารกันเสียตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขให้ใช้ได้ตามปริมาณและเงื่อนไขที่กำหนดเท่านั้น สำหรับกรณีของสารโซเดียม ลอริล ซัลเฟต จัดเป็นสารที่ใช้ทำความสะอาดชำระสิ่งสกปรก เป็นสารลดแรงตึงผิว และทำให้เกิดฟองในเครื่องสำอาง สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา และอาเซียน ได้อนุญาตให้ใช้ในเครื่องสำอางมาเป็นเวลานานแล้ว ปัจจุบันยังมีการใช้ได้ซึ่งไม่ควรเกิน 15% สำหรับผู้บริโภคที่ผิวแพ้ง่ายอาจพิจารณาส่วนผสมจากฉลากผลิตภัณฑ์เพื่อหลีกเลี่ยงสารดังกล่าว

          เลขาธิการฯ อย. กล่าวในตอนท้ายว่า อย. ขอเตือนผู้บริโภคขอให้ระมัดระวังการซื้อเครื่องสำอาง หรือผลิตภัณฑ์สุขภาพอื่น ๆ โดยดูฉลากผลิตภัณฑ์และสูตรส่วนประกอบ ทางด้านของผู้ผลิตและจำหน่ายขอให้ประกอบการอย่างมีคุณธรรม อย่าเห็นแก่ผลกำไร หรือหลอกลวงผู้บริโภคไม่ว่าจะช่องทางใดก็ตาม หาก อย. ตรวจพบสารห้ามใช้ หรือสารที่ผสมเกินปริมาณที่กำหนด จะต้องถูกดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด ทั้งนี้ หากผู้บริโภคได้รับอันตรายจากการใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพหรือมีข้อสงสัยในเรื่องผลิตภัณฑ์สุขภาพ สามารถร้องเรียนได้ที่สายด่วน อย.1556 หรือ E-mail: [email protected] หรือ ตู้ ปณ. 1556 ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี 11004 หรือผ่านทาง Oryor Smart Application หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ทั่วประเทศ