News Update - oryor.com 

News Update

อย. จับมือสภาเภสัชกรรม เดินหน้าพัฒนาวิชาชีพเภสัชกร

วันที่สร้าง : 06-12-2019

           อย. หารือร่วม สภาเภสัชกรรม ขับเคลื่อนยกระดับวิชาชีพเภสัชกรในร้านขายยา มุ่งดูแลสุขภาพประชาชน ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพถึงชุมชน พร้อมหาแนวทางเพิ่มเติมสนับสนุนนโยบายโครงการรับยาใกล้บ้าน เพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาล

           นพ. ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า รศ.ภญ.จิราพร ลิ้มปานานนท์ นายกสภาเภสัชกรรม และทีมงาน เข้าประชุมหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติงานร่วมกันในการยกระดับวิชาชีพเภสัชกรในร้านขายยาในทุกมิติ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีกฎกระทรวงสาธารณสุข การขออนุญาตและการออกใบอนุญาตขายยาแผนปัจจุบัน พ.ศ. 2556 มีผลบังคับใช้ในปี พ.ศ. 2557 กฎกระทวงฉบับนี้เป็นการยกระดับมาตรฐานการให้บริการในร้านขายยา สอดคล้องกับแนวคิดสากลเกี่ยวกับมาตรฐานวิธีการปฏิบัติที่ดีทางเภสัชกรรม (Good Pharmacy Practice : GPP) ซึ่งนอกจากจะเป็นการคุ้มครองความปลอดภัยให้ผู้ที่มารับบริการในร้านขายยาและการตอบสนองสิทธิผู้บริโภคยาแล้ว ยังช่วยกระตุ้นให้ผู้ประกอบการร้านขายยาในประเทศ ปรับตัวและเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่การแข่งขันด้านบริการในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน นอกจากนี้ ยังได้มีการหารือเกี่ยวกับการยกระดับการดูแลสุขภาพประชาชนในชุมชน โดยการจัดทำข้อมูลสุขภาพชุมชนและให้การดูแลอย่างเป็นมิตร มีเภสัชกรประจำร้านยาตลอดเวลา และให้คำปรึกษาด้านสุขภาพอย่างใกล้ชิด เรียกว่า มาตรฐาน GPP+ ซึ่งเป็นมาตรฐานขั้นกว่าของร้านขายยาของประชาชน

           ภญ. สุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมร่วมกับสภาเภสัชกรรมในครั้งนี้ ยังได้ร่วมกันหาแนวทางเพิ่มเติมในการสนับสนุนนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขในโครงการรับยาใกล้บ้าน เพื่อลดความแออัดในโรงพยาบาล ซึ่งเป็นโครงการที่ประชาชนให้ความสนใจและ    ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี เนื่องจากสามารถลดเวลาการใช้บริการในสถานพยาบาลของรัฐลงได้ รวมทั้งยังร่วมกันพิจารณาการจัดประเภทยาให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย ทำให้โครงสร้างระบบยาของประเทศมีความเข้มแข็งมากขึ้น เป็นการสร้างกลไกการเพิ่มประสิทธิภาพของระบบสาธารณสุขของประเทศ โดยการมีส่วนร่วมของภาครัฐและภาคเอกชน โดยความร่วมมือของทั้ง 2 หน่วยงานจะทำให้ผู้ป่วยและประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ซึ่ง อย. และสภาเภสัชกรรมจะได้ร่วมประชุมหารือรายละเอียดต่าง ๆ ในโอกาสต่อไป