News Update - oryor.com 

News Update

อย่าหาทำ !! คลิปแชร์ คลอรีนผงผสมน้ำเพื่ออาบ ไม่ทำให้ขาวแต่อาจเกิดผิวหนังไหม้แทน

วันที่สร้าง : 27-12-2021

          อย. เตือน อย่าทำตามไวรัลคลิปนำสารละลายสีม่วงใส่ลงในน้ำและใส่ผงคลอรีนแล้ว ช่วยเปลี่ยนน้ำสีเป็นน้ำใส พร้อมข้อความทำให้เข้าใจผิดว่า หากนำไปอาบก็จะขาวขึ้นได้ คลอรีนเป็นสารกัดกร่อนจัดเป็นวัตถุอันตรายใช้สำหรับฆ่าเชื้อโรค ไม่เหมาะกับร่างกายของมนุษย์ อีกทั้งจัดเป็นสารห้ามใช้ในเครื่องสำอาง หากสัมผัสผิวหนังในปริมาณมากจะทำให้ผิวหนังไหม้รุนแรง ระคายเคืองดวงตาและระบบทางเดินหายใจ แนะใช้ตรงตามวัตถุประสงค์และปฏิบัติตามคำแนะนำบนฉลาก เพื่อความปลอดภัย

           เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม ผู้ทรงคุณวุฒิด้านมาตรฐานผลิตภัณฑ์ด้านสาธารณสุขรักษาราชการแทนรองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีการแชร์คลิปวีดีโอบนโลกออนไลน์ที่นำสารละลายสีม่วงใส่ลงไปในน้ำและใส่ผงคลอรีนตามทำให้น้ำสีม่วงกลายเป็นน้ำใส พร้อมข้อความบรรยายให้ผู้ดูคลิปดังกล่าวเข้าใจว่า ถ้าอาบน้ำดังกล่าวแล้วผิวจะขาวใส นั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอเตือนว่า อย่าลอกเลียนแบบการกระทำดังกล่าว เพราะเป็นการใช้ผิดวัตถุประสงค์ ผงคลอรีนเป็นสารเคมีที่ถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคบนพื้น ฝาผนัง วัสดุ อุปกรณ์ หรือฆ่าเชื้อในสระว่ายน้ำ จัดเป็นวัตถุอันตรายที่มีให้ผิวหนังไหม้อย่างรุนแรง ระคายเคืองดวงตาและระบบทางเดินหายใจ ซึ่งสารคลอรีนที่ขายในท้องตลาดมักมีความเข้มข้นสูง ดังนั้น ผู้ใช้ต้องสวมถุงมือยาง สวมหน้ากาก เพื่อป้องกันการรับสัมผัส ปฏิบัติตามคำแนะนำที่ระบุบนฉลากอย่างเคร่งครัด ทั้งวิธีการเจือจาง การนำไปใช้ คำเตือน และความเป็นอันตรายซึ่งจะแสดงด้วยรูปสัญลักษณ์ เมื่อใช้เสร็จแล้วต้องล้างมือให้สะอาดหลังจากใช้งานเสร็จแล้วทุกครั้งเพื่อความปลอดภัย

            การใช้คลอรีนผสมน้ำเพื่อแช่หรืออาบนั้นแม้ว่าจะใช้ในปริมาณที่น้อย แต่เมื่อผิวหนังสัมผัสกับคลอรีนก็อาจจะส่งผลให้ผิวหนังระคายเคืองได้ คลอรีนจึงถูกห้ามใช้เป็นส่วนผสมในสบู่หรือเครื่องสำอางอื่น ๆ อีกด้วย
อย. ขอสนับสนุนให้คนไทยเห็นความสำคัญกับการมีผิวสุขภาพดีมากกว่าผิวขาว อย่าหลงเชื่อการโฆษณาโอ้อวดเกินจริง หรือใช้สินค้าที่มีส่วนประกอบที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกายเพราะอาจเกิดผิวเสียถาวรหรือผิวหนังอักเสบได้ หากพบเห็นการโฆษณาโอ้อวดเกินจริงหรือผลิตภัณฑ์ที่สงสัยว่าจะผิดกฎหมายขอให้ขอให้แจ้งเบาะแสมาที่สายด่วน อย. 1556 ผู้ทรงคุณวุฒิฯ กล่าวในที่สุด