News Update - oryor.com 

News Update

อย. แจง อย่าตื่นตระหนก เรื่องการพบตะกั่วและ แคดเมี่ยมในช็อกโกแลต ตรวจพบยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

          อย. ขอประชาชนเชื่อมั่นในการดำเนินงานคุ้มครองผู้บริโภค อย่าได้ตื่นตระหนกกับข่าวการพบตะกั่วและ  แคดเมี่ยมในช็อกโกแลต เผย ปริมาณตะกั่วที่พบไม่เกินค่ากำหนดตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ยังปลอดภัยต่อการบริโภค นอกจากนี้การปนเปื้อนอาจมาจากแหล่งปลูกพืชตามธรรมชาติ ที่สำคัญการบริโภคไม่ได้มากจนถึงขั้นที่เป็นอันตราย พร้อมทั้งจะตรวจสอบผลิตภัณฑ์ที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง ให้ผู้จำหน่ายปฏิบัติตามกฎหมาย ย้ำ อย. มีกระบวนการดูแลความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์อาหารอย่างเป็นระบบ และมีมาตรการคุ้มครองผู้บริโภคชัดเจน ขอให้เลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารที่มีการแสดงฉลากครบถ้วน มีเลขสารบบอาหารบนฉลาก เพื่อความปลอดภัย

          นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากข่าวที่มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคสุ่มตรวจช็อกโกแลต 19 ชนิด พบ 18 ชนิดปนเปื้อนตะกั่วและแคดเมี่ยม นั้น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ขอชี้แจงว่า ผลการสุ่มตรวจผลิตภัณฑ์ช็อกโกแลตตามที่เป็นข่าว มีปริมาณตะกั่วที่พบน้อยกว่า 0.03-0.05 ppm ซึ่งไม่เกินค่ากำหนดตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ฉบับที่ 83 พ.ศ. 2527 โดยค่าที่กำหนดคือ 1 ppm ยกเว้นช็อกโกแลตชนิดไม่หวาน พบได้ไม่เกิน 2 ppm ส่วนการสุ่มตรวจปริมาณแคดเมี่ยมที่พบน้อยกว่า 0.03-0.14 ppm ซึ่งตามมาตรฐานสากลโคเด็กซ์ ยังอยู่ระหว่างการพิจารณากำหนดค่าแคดเมี่ยมในช็อกโกแลต รวมถึงประเทศไทยด้วย แต่ในบางประเทศได้มีการกำหนดปริมาณแคดเมี่ยมที่พบในช็อกโกแลตได้ เช่น ออสเตรเลีย กำหนดที่ 0.5 ppm อย่างไรก็ตาม ปริมาณแคดเมี่ยมที่ตรวจพบในช็อกโกแลต ต้องไม่เกิน 0.3 มิลลิกรัมต่อช็อกโกแลต 1 กิโลกรัม ทั้งนี้ ตะกั่วและแคดเมี่ยมที่พบในช็อกโกแลตนั้น อาจมาจากการปนเปื้อนตามธรรมชาติจากแหล่งปลูกโกโก้ ซึ่งเป็นการปนเปื้อนทางสิ่งแวดล้อมที่มาจากน้ำและดินในการปลูกพืช ดังนั้น ปริมาณตะกั่วและแคดเมี่ยมที่ตรวจพบในช็อกโกแลตตามที่ปรากฏเป็นข่าว ยังคงมีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค

กรณีพบช็อกโกแลตที่ผลิตในประเทศมาเลเซียไม่มีฉลากภาษาไทย และไม่มีเลขสารบบอาหารนั้น อย. ได้มีมาตรการดำเนินการกับผลิตภัณฑ์ที่ผิดกฎหมาย โดยสั่งการให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบสถานที่จำหน่ายและเร่งดำเนินการตามกฎหมายกับผู้จำหน่ายช็อกโกแลตทั้ง 2 รายการดังกล่าว พร้อมเรียกเก็บคืนสินค้าจากท้องตลาด ทั้งนี้ ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่แสดงฉลากภาษาไทย ก็มีความผิดเช่นเดียวกันตาม พ.ร.บ.อาหาร นอกจากนี้ จะกำชับด่านอาหารและยาให้เข้มงวดในการตรวจสอบผลิตภัณฑ์อาหารนำเข้า ตลอดจนแจ้งสมาคมค้าปลีก ให้มีมาตรการตรวจสอบคัดกรองสินค้าที่วางจำหน่าย จะต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมทั้งประชาสัมพันธ์ข้อมูลผลิตภัณฑ์อาหารที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายให้ประชาชนได้รับทราบผ่านทางสื่อต่าง ๆ ของ อย. และ Oryor Smart Application รวมทั้งเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดอีกด้วย

          นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อไปว่า อย. ขอให้ผู้บริโภคเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อาหารที่มีการแสดงฉลากภาษาไทยครบถ้วน ถูกต้อง มีเลขสารบบอาหารในกรอบเครื่องหมาย อย. บนฉลาก และหากผู้บริโภคพบข้อมูลผลิตภัณฑ์อาหารใดอาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย ขอให้แจ้งร้องเรียนมาได้ที่สายด่วน อย. โทร. 1556 หรือผ่าน Oryor Smart Application หรือสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกจังหวัด เพื่อ อย. จะเร่งตรวจสอบและเผยแพร่ข่าวให้ผู้บริโภคทราบโดยเร็วที่สุด