News Update - oryor.com 

News Update

ปฏิบัติการจับล็อตใหญ่ ผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายขายผ่านเว็บไซต์ ของกลางกว่า 145 ล้านบาท

          ประเดิมงบประมาณ 2561 อย. ร่วมกับ บก.ปคบ. ปราบปรามหนัก ลุยจับผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายขายผ่านทางเว็บไซต์ ย่านสมุทรปราการ พบผลิตภัณฑยาถ่ายพยาธิ “Intoxic”ไม่ขึ้นทะเบียนตำรับยา,  ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและเครื่องสำอาง ที่อวดสรรพคุณทางเพศ ไม่มีเลขสารบบอาหารและเลขที่จดแจ้งเครื่องสำอาง ยึดของกลางมูลคามหาศาลจำนวน 145,720,000 บาท เตือนผูประกอบการปฏิบัติใหถูกตองตามกฎหมาย  หากตรวจพบกระทําผิดจะถูกดําเนินคดีอยางเข้มงวด มีโทษสูงสุดทั้งจําและปรับ ส่วนผู้บริโภค อย่าหลงเชื่อโฆษณา อวดสรรพคุณขายผลิตภัณฑ์สุขภาพผ่านทางสื่อต่าง ๆ อาจได้รับผลิตภัณฑ์ที่ผสมสารอันตราย ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อร่างกาย เป็นอันตรายแต่เพื่อความปลอดภัย สามารถตรวจสอบเลขทะเบียนตำรับยาและเลขสารบบอาหาร รวมทั้งผลิตภัณฑสุขภาพอื่น ๆ ไดทาง Oryor Smart Application

          เจ้าหน้าที่ อย. ภายใต้การอำนวยการของ นายแพทย์วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และ ภก.สมชาย ปรีชาทวีกิจ รก.รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมกับ ตํารวจ บก.ปคบ. กองบัญชาการตํารวจสอบสวนกลาง นําทีมโดย พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์  โชคชัย รรท.ผบก.ปคบ. , พ.ต.อ.ชนันนัทธ์   สารถวัลย์แพศย์ ผกก.4 บก.ปคบ. , พ.ต.ท.อภิชัย ไลออน และ พ.ต.ท.จตุรงค์ ผลเกิด รอง ผกก.4 บก.ปคบ. ,พ.ต.ต.สุรเชษฐ์ เดชะพันธ์ สว.กก.4 บก.ปคบ. และ ร.ต.อ.สุรโชค กังวานวาณิชย์ รอง สว.กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกัน

           แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า จากนโยบายรัฐบาลในการหาแนวทางแกไขปญหาของประชาชนผูไดรับความเดือดรอน          จากการสั่งซื้อสินคา รวมทั้งการกระทําความผิดอาญาอื่นทางอินเทอรเน็ต เพื่อคุมครองผูบริโภคให้ได้รับผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ปลอดภัย สํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) รุดสนองนโยบายดังกล่าว โดยได้ร่วมมือกับตำรวจ บก.ปคบ. ในการตรวจจับแหล่งผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพที่กระทำผิดกฎหมายอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 ต.ค. 60 อย. และ บก.ปคบ. ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่สืบสวนขยายผลและตรวจสอบแหล่งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยา Intoxic หลังไดรับเรื่องรองเรียนจากผู้บริโภคเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ยาดังกล่าวที่ขายผ่านทางเว็บไซต์ ชื่อบริษัท เอคอมเมิร์ช จำกัด เลขที่ 10/9 หมู่ 16 ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ซึ่งเปนสถานที่จัดส่งเพื่อจําหนายปรากฏพบผลิตภัณฑ์สุขภาพ  ผิดกฎหมายที่มีการแสดงฉลากผลิตภัณฑไม่ระบุเลขทะเบียนตำรับยา , เลขสารบบอาหาร และเลขที่จดแจ้งเครื่องสำอาง ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมาย จำนวน 5 รายการ ดังนี้

1. ผลิตภัณฑ์ INTOXIC (ถ่ายพยาธิ) จำนวน 14,600 ขวด ราคากล่องละ 1,980 บาท รวมมูลค่า 28,908,000 บาท

2. ผลิตภัณฑ์ HAMMER OF THOR (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เสริมสมรรถภาพทางเพศ) จำนวน 28,200 ขวด ราคากล่องละ 1,980 บาท รวมมูลค่า 55,836,000 บาท

3. ผลิตภัณฑ์ Hammer of Thor Gel (เจลที่ใช้สำหรับทาที่บริเวณอวัยวะเพศชาย ทำให้อวัยวะเพศชายเพิ่มขนาด/แข็งตัว) จำนวน 24,900 ชิ้น ราคากล่องละ 1,980 บาท รวมมูลค่า 49,302,000 บาท

4. ผลิตภัณฑ์ Titan Gel (เจลที่ใช้สำหรับทาที่บริเวณอวัยวะเพศชาย เพื่อเพิ่มขนาดอวัยวะเพศชาย) จำนวน 900 ชิ้น ราคากล่องละ 1,980 บาท รวมมูลค่า 1,782,000 บาท

5. ผลิตภัณฑ์ Eco Slim (ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร อวดอ้างสรรพคุณลดน้ำหนัก) จำนวน 5,000 ชิ้น ราคากล่องละ 1,980 บาท รวมมูลค่า 9,900,000 บาท                                                                          

เจ้าหน้าที่จึงยึดของกลางทั้งหมดเพื่อดำเนินคดี รวม 73,600 ชิ้น คิดเป็นมูลค่า 145,720,000 บาท และสง ผลิตภัณฑ์ตรวจวิเคราะห ณ กรมวิทยาศาสตรการแพทย เพื่อหาสารที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

สำหรับการดำเนินคดี ในเบื้องต้นพบการกระทำความผิด ดังนี้

1. นำเข้า หรือขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท   

2. ขายยาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

3. โฆษณายาโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษปรับไม่เกิน 100,000 บาท

4. จำหน่ายอาหารโดยไม่มีเลขสารบบอาหาร โทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท

5. โฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณอาหารอันเป็นเท็จ หรือหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดย   ไม่สมควร โทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

6. ขายเครื่องสำอางโดยไม่จดแจ้ง โทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท

7. โฆษณาเครื่องสำอางที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับเครื่องสำอาง โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

          ภก.สมชาย ปรีชาทวีกิจ รก.รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวต่อในตอนท้ายว่าหากตรวจพบการกระทำความผิดอื่น อาจจะมีโทษเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม อย. ขอเตือนมายังผูประกอบการใหปฏิบัติตามกฎหมาย มีคุณธรรมและจริยธรรมในการประกอบการ อย่าขายยาผานทางอินเทอรเน็ตโดยเด็ดขาด เพราะถือวาผิดกฎหมาย เนื่องจากตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ. 2510 มีขอกําหนดชัดเจนเรื่องสถานที่ขายยาวาตองไดรับอนุญาต เพราะยาไมใชสินคาทั่วไป จึงไมอนุญาตใหขายยาทางสื่อออนไลน์ หากตรวจพบจะถูกดำเนินคดีมีโทษสูงสุด ในส่วนของผู้บริโภค เมื่อเจ็บป่วย ไม่ควรซื้อยากินเอง และไม่ซื้อยาผ่านทางเว็บไซต์ หรือทาง Social Media    ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกร ก่อนซื้อยาทุกครั้ง เนื่องจากอาจได้รับอันตรายจากการใช้ยาอย่างไม่เหมาะสมหรือในบางกรณีอาจได้รับยาที่ ไม่มีคุณภาพมาตรฐาน ส่งผลเสียต่อสุขภาพและทำให้สูญเสียโอกาสในการรักษาโรค  ทั้งนี้ หากผู้บริโภคพบเบาะแสการโฆษณา การผลิต/ จําหนายผลิตภัณฑสุขภาพที่โอ้อวดสรรพคุณ โดยเฉพาะอ้างลดความอ้วน เพิ่มสมรรถภาพทางเพศ หรือพบเห็นการขายยาผ่านเว็บไซต์และทาง Social Media ขอใหแจงมาไดที่   สายดวน อย. 1556 หรือรองเรียนผาน Oryor SmartApplication หรือสํานักงานสาธารณสุขจังหวัดทั่วประเทศหรือ สายดวน บก.ปคบ 1135 เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้ดำเนินการตรวจสอบและดำเนินคดีกับผู้ที่กระทำผิดกฎหมายอย่างเคร่งครัดต่อไป