News Update - oryor.com 

News Update

อย. 4.0 ส่งเสริมการผลิตอาหารพื้นเมืองด้วยนวัตกรรม เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์สร้างความมั่งคั่งให้เศรษฐกิจไทย ชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี

วันที่สร้าง : 02-02-2018

          อย. 4.0 รุดส่งเสริมพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารพื้นเมืองในชุมชนให้เป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรม ยกระดับ  เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ สามารถแข่งขันกับตลาดต่างประเทศ สร้างรายได้ให้ท้องถิ่น และเศรษฐกิจของประเทศสนองนโยบาย Thailand 4.0 นำสื่อล่องใต้ ร่วมกับ สสจ.พังงา ศึกษาดูงานการแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหารจากวัตถุดิบในท้องถิ่น ที่ได้มาตรฐาน Primary GMP และเป็นศูนย์เรียนรู้ให้แก่กลุ่มแม่บ้านอื่น ๆ ณ “กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านปริง” และดูงาน ณ กลุ่มน้ำพริก “เจ๊น้อง” ซึ่งเป็นต้นแบบสถานประกอบการแม่ข่าย ปี 2560  ที่ได้รับรางวัล “Primary GMP Award 2017” และกำลังต่อยอดนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาผลิตเป็นอาหารนวัตกรรม สร้างงาน สร้างคน สร้างรายได้ ชุมชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

          นพ.วันชัย สัตยาวุฒิพงศ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า จากนโยบาย Thailand 4.0 ของรัฐบาล จึงมีความจำเป็นต้องเริ่มพัฒนาตั้งแต่เศรษฐกิจระดับฐานรากของชุมชนให้เข้มแข็ง สามารถพึ่งพาตนเองได้ โดยการสร้างโอกาส สร้างรายได้ให้ชุมชน เพื่อขยายไปสู่การนำเงินตราเข้าประเทศ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) สนองนโยบายดังกล่าว มีการส่งเสริมและยกระดับมาตรฐานการผลิตอาหารในชุมชนให้ได้มาตรฐาน Primary GMP และ GMP รวมถึงเพิ่มศักยภาพให้ชุมชนคิดค้นนวัตกรรมด้านต่าง ๆ เพื่อเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ ดังนั้น ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 อย. จึงนำคณะสื่อมวลชนศึกษา  ดูงานกระบวนการผลิตอาหารพื้นเมืองภาคใต้ที่ผ่านมาตรฐาน Primary GMP ณ “กลุ่มแม่บ้านเกษตรกร   บ้านปริง” ตั้งอยู่ที่ ต.นบปริง อ.เมือง จ.พังงา ซึ่งเป็นกลุ่มแม่บ้านต้นแบบ Primary GMP เริ่มต้นธุรกิจจาก Start Up เมื่อปี 2538  ปัจจุบันมีจำนวนสมาชิกที่เป็นแม่บ้านในชุมชน จำนวน 22 คน โดยได้นำวัตถุดิบจากทะเลมาแปรรูปเป็นอาหาร ได้แก่ น้ำพริกกุ้งเสียบ , น้ำพริกปลาเค็ม , แกงไตปลาสำเร็จรูป ต่อมาได้ขยายไลน์การผลิตมาเป็นประเภทขนม ได้แก่ ขนมเต้าส้อ และล่าสุดได้ผลิตขนมดอกพิงงา ซึ่งเป็นขนมที่เป็นเอกลักษณ์หนึ่งเดียวในจังหวัดพังงา ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค เป็นผลิตภัณฑ์โอทอปชื่อดัง สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในท้องถิ่น ทำให้กลุ่มแม่บ้านมีรายได้เพิ่มมากขึ้น สร้างความมั่นคงให้เศรษฐกิจฐานรากต่อไป

           เลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อไปว่า การล่องใต้ครั้งนี้ยังนำสื่อมวลชนเยี่ยมชมการดำเนินงานของสถานที่จริงในการผลิตอาหารชุมชนของไทยที่ได้คุณภาพมาตรฐาน และนวัตกรรมในอนาคต ในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 ณ กลุ่มน้ำพริก “เจ๊น้อง” ต.กะไหล อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา ซึ่งได้รับรางวัล “Primary GMP Award 2017” รางวัลต้นแบบสถานประกอบการแม่ข่ายดีเด่นผลิตภัณฑ์อาหารชุมชนไทย ผลิตผลิตภัณฑ์อาหารที่ได้คุณภาพมาตรฐานตามเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด และรักษาคุณภาพอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเป็นต้นแบบศูนย์เรียนรู้ที่เป็นตัวอย่างที่ดี สามารถถ่ายทอดความรู้ให้แก่ชุมชนอื่น ๆ ที่ยังไม่ผ่านมาตรฐาน Primary GMP ปัจจุบันกลุ่มน้ำพริก “เจ๊น้อง” พัฒนายกระดับสถานที่ผลิตจนผ่านมาตรฐาน GMP แล้ว โดยผลิตภัณฑ์ระดับแถวหน้าที่มีชื่อเสียงของกลุ่มคือ น้ำพริกกุ้งเสียบ ซึ่งได้นำกุ้งขาวภูมิปัญญาของชาวบ้านมาแปรรูปเป็นกุ้งเสียบ เป็นสินค้าโอทอป 5 ดาว อันดับ 1 ของจังหวัดพังงา และยังผลิตน้ำพริกชนิดต่าง ๆ มากกว่า 17 ชนิดมียอดขายเฉลี่ยปีละกว่า 15 ล้านบาท สร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในพื้นที่ และนำรายได้เข้าประเทศจากการส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ล่าสุดกำลังพัฒนาต่อยอดรูปแบบผลิตภัณฑ์อาหารด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อให้เกิดนวัตกรรมขึ้น นำพาผลิตภัณฑ์อาหารชุมชนไทยสู่ผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมี่ยม สร้างคุณค่า เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ให้เป็นที่ยอมรับในตลาดต่างประเทศ และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการเดินหน้าประเทศเข้าสู่สังคม 4.0

          เลขาธิการฯ อย. กล่าวต่อในตอนท้ายว่า ผลิตภัณฑ์อาหารในท้องถิ่น ซึ่งเป็นสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ (OTOP) มีส่วนสำคัญในการผลักดันการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนและประเทศให้มีความเข้มแข็ง โดยงานของ อย. ในส่วนภารกิจการกำกับดูแลคุณภาพมาตรฐานสถานที่ผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชนตามมาตรฐาน Primary GMP ได้ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์สุขภาพชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง มีการจัดตั้งกลุ่มแม่บ้านชุมชนที่ได้มาตรฐานให้เป็นศูนย์เรียนรู้แก่ชุมชนอื่น ๆ มาโดยตลอด ทั้งนี้ หลังจากที่กฎหมาย Primary GMP ออกบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 ปัจจุบันมีสถานประกอบการที่ได้รับอนุญาตสถานที่ผลิตตามเกณฑ์ Primary GMP จำนวนทั้งสิ้น 5,319 แห่ง สำหรับ  ในปี พ.ศ. 2560 ที่ผ่านมา อย. ได้พัฒนาต้นแบบสถานประกอบการแม่ข่าย จำนวน 54 แห่งจาก 50 จังหวัด เพื่อเป็นต้นแบบศูนย์เรียนรู้ที่เป็นตัวอย่างที่ดี สามารถถ่ายทอดความรู้แก่สถานประกอบการอื่นที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ปฏิบัติตามได้ นับเป็นการสนับสนุนนโยบายรัฐบาลในการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชนให้ก้าวไกลสู่   ครัวโลก ขับเคลื่อนให้เศรษฐกิจของประเทศพัฒนาไปสู่ Thailand 4.0 เกิดความ “มั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน” ต่อไป