Print Media - oryor.com 

Print Media

ป้องกันการโฆษณาหลอกลวงด้านสุขภาพอย่างไร

          ประชากรไทยพบปัญหาการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังและใส่ใจด้านสุขภาพเพิ่มมากขึ้น จึงมีการโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ  เช่น ผลิตภัณฑ์อาหาร  ยา เครื่องสำอาง ฯลฯ ในลักษณะหลอกลวง หรือโอ้อวดสรรพคุณเกินกว่าความเป็นจริง  ซึ่งการรู้ลักษณะของข้อความโฆษณาเกินจริง และกลวิธีป้องกันการถูกหลอกลวงด้านสุขภาพ จะเป็นประโยชน์ต่อการช่วยให้สามารถวินิจฉัยในเบื้องต้นได้ว่าข้อมูลโฆษณาใดเป็นข้อมูลที่ไม่น่าเชื่อถือ  ทำให้ได้รับผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ถูกต้อง เหมาะสม ปลอดภัย  คุ้มค่ามากขึ้น“Don’t Be Fooled By Health Fraud Scams” เป็นข้อความที่ U.S. FDA เตือนประชาชน เพื่อให้ระวังอย่าหลงเชื่อเล่ห์อุบายของผู้ขายซึ่งหลอกลวงเรื่องสุขภาพ โดยโฆษณากล่าวอ้างสรรพคุณผลิตภัณฑ์เกินจริง เช่น  รักษาได้อย่างมหัศจรรย์  การค้นพบใหม่  สูตรลับ ลดน้ำหนักได้โดยไม่ต้องควบคุมอาหารหรือออกกำลังกาย  รักษาโรคร้ายแรง เรื้อรังต่าง ๆ เช่น โรคมะเร็ง หลอดเลือดหัวใจ เบาหวาน อัลไซเมอร์ และอีกหลากหลายโรค  โดยผลิตภัณฑ์สุขภาพที่โฆษณาหลอกลวงด้านสุขภาพ และพบการจำหน่ายในท้องตลาดของ U.S. FDA  เช่น ยา และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร  นอกจากนี้ U.S. FDA ยังพบว่ามีการหลอกลวงจำหน่ายอุปกรณ์บำบัดต่าง ๆ ในราคาแพง โดยกล่าวอ้างหลอกลวงว่าสามารถรักษาโรคได้หลายอย่าง เช่น อัลไซเมอร์  มะเร็งผิวหนัง เป็นต้น  อีกด้วย

          ทั้งนี้ จากการสำรวจข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) พบว่า  ผลิตภัณฑ์อาหารจะพบการโฆษณาเกินจริงในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร   โดยลักษณะของข้อความที่โฆษณาเกินจริง  เช่น  มีการอ้าง อย. รับรองว่ารักษาโรค ลดไขมันได้  ช่วยให้ความจำดี  หรือเพิ่มคอลลาเจนให้ผิว  ช่วยให้ผิวเต่งตึง  กาแฟปรุงสำเร็จ โฆษณาเกินจริงด้วยข้อความต่าง ๆ เช่น  ดื่มเพื่อลดน้ำหนัก เผาผลาญไขมัน ช่วยให้ผิวพรรณสดใส หุ่นสวย กระชับสัดส่วน ปรับระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยเพิ่มพลังทางเพศ   เครื่องดื่มสมุนไพร น้ำผลไม้ผสมสมุนไพร  โฆษณาเกินจริงในลักษณะว่า รักษาโรคเบาหวาน มะเร็ง อัมพาต กำจัดและขับสารพิษ  น้ำคลอโรฟิลล์  อวดอ้างล้างสารพิษออกจากร่างกาย  และ อวดอ้างสรรพคุณใช้หยอดตา รักษาต้อกระจก  สำหรับผลิตภัณฑ์ยา พบโฆษณาเกินจริงในยาแผนโบราณ  ยาบำรุงร่างกาย ยาลูกกลอน  โดยกล่าวอ้างว่า ผ่าน อย. หรือ อย.รับรอง แล้ว ช่วยให้มีเรี่ยวแรง ปึ๋งปั๋ง  ยาระบายมะขามแขก  โฆษณาเกินจริงว่า ลดไขมัน ลดโคเลสเตอรอล ลดความอ้วน ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มักพบการโฆษณาเกินจริง เช่น ครีมทาผิวกาย พบข้อความโฆษณาเกินจริงว่า ทาแล้วสามารถสลายไขมัน  ช่วยให้ทรวงอกกระชับได้รูปทรง  สร้างคอลลาเจนให้หน้าเต่งตึง ครีมทาสิวฝ้า โฆษณาด้วยข้อความเกินจริงว่าใช้แล้วกระ ฝ้า หาย        ในตลับเดียวมีสารหยุดยั้งไม่ให้เกิดสิวหรือฝ้าขึ้นมาใหม่    ตัวอย่างข้อความที่ยกมานั้น ล้วนเป็นข้อความโฆษณาที่กล่าวอ้างเกินจริงทั้งสิ้น

           กลยุทธ์การโฆษณาหลอกลวงด้านสุขภาพมีหลากหลายลักษณะ เช่น “มีดาราบอกว่าใช้แล้วเห็นผล” หรือ  “ผู้ป่วยรับรองว่าใช้ผลิตภัณฑ์แล้วหาย” หรือ “อ้างผลวิจัย  ข้อเท็จจริงที่ควรรู้ คือดาราดูแลตัวเองดีอยู่แล้ว มีการฟิตร่างกายออกกำลังกาย เลือกบริโภคอาหารที่เหมาะสม  ไม่ใช่เพียงแค่บริโภคผลิตภัณฑ์ตามที่โฆษณาแล้วจะเห็นผล ต้องมีปัจจัยอื่นประกอบด้วย   สำหรับการอ้างผู้ป่วยใช้แล้วได้ผล  อาจจะเกิดจากผลของยาที่ผู้ป่วยได้รับจากแพทย์ไป  หรืออาจเกิดจากที่ผู้ป่วยปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค  การใช้ชีวิตประจำวันมากกว่าจะได้ผลดีเพราะผลิตภัณฑ์ที่โฆษณา  ในกรณีอ้างผลวิจัย  อาจเป็นงานวิจัยที่จ้างทำขึ้น หรือวิจัยภายใต้เงื่อนไขที่มีการกำหนดไว้มากมาย  ซึ่งนำมาใช้ในชีวิตประจำวันมักไม่ได้ผล   หรือ ไม่ได้บอกเงื่อนไขและปัจจัยต่าง ๆ ที่ถูกควบคุมในการทดลองให้ผู้บริโภคทราบครบถ้วน

           องค์การอาหารและยา สหรัฐอเมริกา  (U.S. FDA)  จึงมีข้อแนะนำกลวิธีป้องกันการหลอกลวงด้านสุขภาพ  โดยไม่ให้หลงเชื่อข้อความโฆษณาผลิตภัณฑ์ด้านสุขภาพ  ซึ่งมักจะมีข้อความในลักษณะดังต่อไปนี้ (1) หนึ่งผลิตภัณฑ์รักษาโรคได้สารพัด เช่น อวดอ้างว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสามารถรักษาสมองฝ่อ โรคข้อเข่าเสื่อม โรคไต ฯลฯ (2) ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจากบุคคลว่าใช้แล้วเห็นผลจริง เช่น “รักษาฉันให้หายจากโรคเบาหวานได้” ฯลฯ (3)  ผลิตภัณฑ์ที่อ้างคำว่า “มาจากธรรมชาติล้วน ๆ” แต่ในความเป็นจริง อาจจะไม่แน่นอนเสมอไปว่ามาจากธรรมชาติแล้วจะปลอดภัย ยกตัวอย่าง เช่น เห็ดซึ่งมาจากธรรมชาติ หากมีพิษก็สามารถที่จะคร่าชีวิตคนได้  นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ที่อ้างว่ามาจากธรรมชาติยังพบการลักลอบใส่ยาที่ต้องมีใบสั่งแพทย์ลงในผลิตภัณฑ์ในปริมาณที่ก่อให้เกิดอันตรายด้วย (4) ระวังอย่าหลงเชื่อผลิตภัณฑ์ที่ใช้ข้อความว่ารักษาได้อย่างมหัศจรรย์ เป็นการค้นพบใหม่ การปฏิวัติทางวิทยาศาสตร์ฯลฯ (5) การกล่าวอ้างทฤษฎีสมคบคิด ว่ามีความร่วมมือกันระหว่างบริษัทยากับรัฐบาล เพื่อปิดบังผลิตภัณฑ์ที่มหัศจรรย์นี้ไว้เป็นความลับ ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด (6) ไม่ควรหลงเชื่อผลิตภัณฑ์ที่กล่าวว่ารักษาเห็นผลได้ในเวลาที่รวดเร็ว เช่น ลดน้ำหนักได้ 30 ปอนด์ใน 30 วัน หรือ eliminates skin cancer  in days !  จากการพิจารณาข้อมูลประโยคที่ U.S. FDA  เตือน  สันนิษฐานได้ว่าข้อความ  in days  อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดว่าใช้เวลาในการรักษาไม่กี่วันเท่านั้น แต่ประโยคนี้ไม่ระบุเวลาที่แน่นอน ดังนั้นก็สามารถตีความอีกแง่ได้ว่าการกำจัดมะเร็งผิวหนังนั้นอาจจะใช้ระยะเวลาไม่กี่วัน จนถึงนานหลายปีก็ได้ 

การป้องกันการถูกหลอกลวงอีกวิธีหนึ่ง คือเปรียบเทียบข้อมูลโฆษณากับฉลากผลิตภัณฑ์ ในผลิตภัณฑ์อาหารจะพบโฆษณาเชิงบำบัด รักษา หรือบรรเทาโรค ซึ่งหากผู้บริโภคพิจารณาฉลากผลิตภัณฑ์ และไม่พบเลขทะเบียนตำรับยาปรากฏบนฉลาก โดยลักษณะของทะเบียนตำรับยา  เช่น ทะเบียนยาเลขที่ 1 A 9999/46  แต่พบเครื่องหมาย อย. บนฉลากก็สามารถระบุได้ทันทีว่าผลิตภัณฑ์นั้นคือผลิตภัณฑ์อาหาร จะไม่มีผลในการรักษาโรคต่าง ๆ ได้ตามสรรพคุณที่ผู้ขายอ้างไว้  หรือพบเลขที่ใบรับแจ้ง 10 หลัก บนฉลาก เช่น เลขที่ใบรับแจ้งที่ 10-2-5300384   ก็แสดงว่าผลิตภัณฑ์นั้นจดแจ้งเป็นเครื่องสำอาง การโอ้อวดสรรพคุณ เช่น  ช่วยให้ผิวขาวทันใจ  หน้าใสทันตา เปลี่ยนจากผิวดำเป็นผิวขาว  ก็ไม่ควรเชื่อ เพราะเครื่องสำอางไม่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของร่างกายได้ เป็นต้น  นอกจากนี้แล้วผู้บริโภคยังสามารถปกป้องคุ้มครองตัวเองจากผลิตภัณฑ์สุขภาพที่โฆษณาเกินจริงได้  โดยหากพบโฆษณาสรรพคุณ ผลิตภัณฑ์อาหาร ยา เครื่องมือแพทย์  ต้องดูให้มี “เลขอนุญาตโฆษณา” ปรากฏอยู่ในโฆษณาด้วย   หากไม่พบ ไม่ควรซื้อหรือบริโภคผลิตภัณฑ์สุขภาพนั้น   และสามารถแจ้งข้อมูลดังกล่าวให้ อย. รับทราบได้ที่สายด่วน อย. 1556 

เอกสารอ้างอิง

นิรัตน์ เตียสุวรรณ. (2552,พฤษภาคม 31). คำโฆษณา “ดู ดี๊...ดี” แถม “ถู๊ก...ถูก” หากพบผลิตภัณฑ์หลอกลวง ไม่มีคุณภาพ เท่ากับ “ซื้อความเสี่ยง” ข่าวสด, หน้า 8.

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2560). คู่มือการตรวจสอบเฝ้าระวังโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ. กรุงเทพมหานคร:  โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.

 

 

 

 

 

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2556). คู่มือ อย.น้อย ชุด รู้แล้วบอกต่อ ฉบับมัธยมศึกษา (ปรับปรุงใหม่ พ.ศ. 2556) .กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.

U.S. Food and Drug Administration. (2013). 6 Tip-offs to Rip-offs: Don’t Fall for Health Fraud Scams. FDA Consumer Health Information, Retrieved September, 2017, from https://www.fda.gov/ForConsumers/ConsumerUpdates/ucm341344.htm

U.S. Food and Drug Administration. (2011). Don’t BE Fooled By Health Fraud Scams. FDA Consumer Health Information, Retrieved September, 2017, from https://www.fda.gov/ForConsumers/ConsumerUpdates/ucm278980.htm