ผลิตโดย
กองควบคุมยา
สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
 
   
   
 
 
   
   
   
   
   
   
 
 
   
   
   
 
 
   
   
   
 
 
   
   
 
 
     
 
สภากาชาดไทยกับเซลล์ต้นกำเนิด (สภากาชาด)
การดำเนินการ
ในประเทศไทยได้เริ่มจัดตั้งโครงการจัดหาผู้บริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต
(National Stem Cell Registry Program) โดยแพทยสภาได้ประกาศเป็นข้อบังคับว่าด้วย
การรักษาจริยธรรมแห่งวิชาชีพเวชกรรม เกี่ยวกับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดโลหิตในราชกิจจานุเบกษา
และกำหนดให้ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการจัดหาผู้บริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตที่ไม่ใช่ญาติให้กับผู้ป่วย เมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ.2545 โครงการนี้จัดตั้งขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยได้รับการรักษา ด้วยการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตมากขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2551-2555 ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ มีเป้าหมายในการจัดหาอาสาสมัครฯ ให้ได้จำนวน 100,000 ราย ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
จึงขอเชิญชวนผู้บริจาคโลหิต และประชาชนทั่วไปที่สนใจร่วมเป็น 1 ใน 100,000 ผู้กล้าสู่ศรัทธาและความภูมิใจ มอบชีวิตใหม่ที่สดใสแก่ผู้ป่วย
ขั้นตอนในการลงทะเบียนเป็นผู้บริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต
1. คุณสมบัติของผู้บริจาค
     - อายุ 18 - 50 ปี
     - น้ำหนัก 48 กิโลกรัมเป็นต้นไป
     - สุขภาพร่างกายแข็งแรง
     - ไม่มีโรคประจำตัว ไม่มีโรคติดต่อ และไม่มีพฤติกรรมเสี่ยง
2. การลงทะเบียนเป็นอาสาสมัคร
     2.1 สำหรับผู้ที่บริจาคโลหิตอยู่แล้ว
     - แจ้งความจำนง ลงทะเบียนพร้อมกับการบริจาคโลหิตปกติ
     - ตรวจวัดความดันและความเข้มของโลหิตและรับหมายเลขถุงบรรจุโลหิตที่เคาน์เตอร์
      ลงทะเบียน (ขั้นตอนหมายเลข 3)
     - อย่าลืม!! ย้ำกับเจ้าหน้าที่อีกครั้งว่าขอลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต
     - กรอกรายละเอียดเพื่อแสดงความยินยอม บริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตที่เคาน์เตอร์
      ประชาสัมพันธ์ หรือเจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการฯ ก่อนไปบริจาคโลหิต
     2.2 สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยบริจาคโลหิต
     - แจ้งความจำนงลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตที่เคาน์เตอร์
      ประชาสัมพันธ์ หรือเจ้าหน้าที่ประสานงานโครงการฯ ก่อนที่จะไปห้องเก็บตัวอย่างโลหิต
3. การเป็นผู้บริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต
     - ชื่อเข้าฐานข้อมูล ศูนย์บริการโลหิตฯ จะเก็บตัวอย่างโลหิตประมาณ 20 ml. (ซี.ซี)
      เพื่อนำไปตรวจลักษณะเนื้อเยื่อ (HLA of Tissue typing) และเก็บเป็นฐานข้อมูล (Database) ไว้
     - หากผู้บริจาคมีลักษณะเนื้อเยื่อ HLA เข้ากันได้กับผู้ป่วยแล้ว ทางศูนย์บริการโลหิตฯ
      จะเชิญอาสาสมัครมาบริจาคเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิตในภายหลัง
 
     
     
 
หน้าหลัก | คณะผู้จัดทำ | ติดต่อสอบถาม | ไขข้อข้องใจสเต็มเซลล์
การใช้ประโยชน์จากเซลล์ต้นกำเนิด | สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยากับเซลล์ต้นกำเนิด | อื่น ๆ